ฝันร้าย ‘สัมปทานโรงโม่’ ทับแหล่งโบราณคดีกระบี่

เมื่อวาน (8 มิ.ย.52) รายการเปิดปม สถานี TPBS นำเรื่อง สัมปทานโรงโม่ทับแหล่งโบราณคดี มาออกอากาศ สุดท้ายเรื่องที่กังวลก็เกิดอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก….ประเทศนี้ไม่สนใจประวัติศาสตร์ ไม่สนใจชีวิตคนร่วมประวัติศาสตร์ และไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเงินที่เข้ากระเป๋าคนไม่กี่คน  

 ปัจจุบันโรงโม่ยังดำเนินการระเบิดภูเขาซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดี ‘เขาหน้าวังหมี’ ในจังหวัดกระบี่ โดยไม่สนคำคัดค้านจากกรมศิลปากรที่ฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกทำลายโบราณสถาน ตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดยกหลักฐานอย่างหน้าด้านว่าในหนังสือของกรมศิลปากรบอกเพียงว่า จากการสำรวจขุดพบ ‘วัตถุสิ่งของ’ ไม่ใช่ ‘โบราณวัตถุ’ และของที่พบต้องส่งไปตรวจด้วยวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ ระหว่างนั้นสามารถดำเนินการระเบิดไปพลางได้ ซึ่งนี่อาจเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของคนทำงานโบราณคดีที่ถูก ‘ภาษาทางกฎหมาย’ ยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ ต่อไปในอนาคตการเลือกใช้ภาษาเพื่อสื่อสารอาจต้องจำเพาะเจาะจงขึ้นเพื่อป้องกันคนหน้าด้านเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ 

ผมลองย้อนไปหาข้อมูลเก่าๆ พบข่าวในหนังสือพิมพ์ข่าวสดที่เปิดข้อมูลทางโบราณคดีออกมาอย่างชัดเจน แต่โรงงานก็ไม่ได้สนใจจะอ้างถึง

 

 “กระบี่”สั่งทบทวนสัมปทานโร่งโม่ สำรวจ”เขาหน้าวังหมี”พบกระดูกมนุษย์โบราณ  

กระบี่ – เมื่อเร็วๆ นี้ นายเขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี และคณะเดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณเทือกเขาหน้าวังหมี หมู่ 2 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการสัมปทานระเบิดย่อยหิน ซึ่งถูกคัดค้านจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อแหล่งต้นน้ำของห้วยน้ำแดง ซึ่งเป็นแหล่งการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ และบริเวณปากถ้ำยังเป็นที่ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณและขวานหินโบราณ รวมถึงกำไล หม้อสามขา และวัตถุโบราณอีกหลายชิ้น ซึ่งอายุของวัตถุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี  

โดยการเดินทางเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทที่ได้รับสัมปทานระเบิดย่อยหินร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ได้ขออนุญาตระเบิดย่อยหินบริเวณเขาหน้าวังหมีแล้ว จึงนำเรื่องที่บริษัทร้องขอความเป็นธรรมมาพิจารณาร่วมกับผลการสำรวจของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 15 จ.ภูเก็ต เพื่อประเมินถึงศักยภาพและจุดเด่นของเขาหน้าวังหมี ก่อนนำกลับไปหารือและทบทวนอีกครั้งในการตัดสินใจหยุดให้สัมปทานระเบิดย่อยหินหรือไม่ 

นายเขมชาติกล่าวอีกว่า จากการสำรวจพบหลักฐานเป็นเครื่องปั้นดินเผา ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์จำพวกหอย ซึ่งต้องประเมินในส่วนของกายภาพอีกครั้ง โดยเบื้องต้นพบว่าบริเวณที่มีการสำรวจมีถ้ำอีกหลายจุด มีร่องน้ำ มีแนวคลอง ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีตเป็นที่ตั้งของมนุษยชาติ ทั้งนี้ สำนักโบราณคดีจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะให้สัมปทานระเบิดย่อยหินไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อพบหลักฐานใหม่ก็ควรต้องมีการทบทวนอีกครั้ง ซึ่งการทบทวนจะเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ระดับคณะกรรมการดำเนินการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้สั่งให้หยุดกระทำการใดๆ กับพื้นที่แล้ว เนื่องจากเกิดความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งหากปล่อยให้มีการระเบิดย่อยหินอยู่ เชื่อว่าจะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเดินทางสำรวจพบว่าบริเวณปากถ้ำที่เทือกเขาหน้าวังหมี บริษัทที่ได้รับสัมปทานได้ขุดทำลายและนำดินเข้าไปถมเพื่อปิดปากถ้ำ ซึ่งทางสำนักโบราณคดีได้สั่งให้งดกระทำการใดๆ แล้วจนกว่าจะมีผลการทบทวนออกมา 

(คอลัมน์:ภูมิภาค)

  

ข่าวสด  

9 พ.ย. 2549  

 

 จำได้ว่าต้นปี 2550 ผมเคยเขียน ‘ความห่วงใยจากคนโบราณคดีถึง ‘แหล่งโบราณคดีถ้ำหลังโรงเรียน’ เมื่อเพื่อนคนหนึ่งโทรมาบอกว่า ภูเขาเทือกเดียวกับ ‘แหล่งโบราณคดีถ้ำหลังโรงเรียน‘ กำลังถูกบริษัทเอกชนขอสัมปทานระเบิด ตอนนั้นผมกังวลว่าข้อมูลทางโบราณดคีจะไปเอื้อต่อทุนคือให้มีการขุดแล้วก็เซ็นอนุมัติไป แต่คราวนี้ผิดคาด คือไม่เซ็นอนุมัติ แต่กระนั้นประเทศนี้ก็สามารถปล่อยให้แหล่งโบราณคดีของโลกถูกรุกรานได้ หรือแม้เป็นเขาคนละเทือกแต่เป็นที่รู้กันดีว่าจังหวัดกระบี่เป็นแหล่งอารยธรรมที่สันนิษฐานกันว่าอาจเป็น ‘ประตูสู่สุวรณภูมิ’ เมื่อครั้งอดีตกาลที่กำลังมีการศึกษาอย่างจริงจัง 

อาภรณ์ อุกฤษณ์ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลการวิเคราะห็โบราณวัตถุที่พบในถ้ำหลังโรงเรียนครั้งล่าด้วยวิธีการใช้เครื่องมือทดสอบ คาร์บอน 14 โดย ศาสตราจารย์ ดร.ดั๊กลาส ดี. แอนเดอร์สัน พบว่า อายุประมาณ 43,000 ปี (อาจจะมากกว่านั้นแต่เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ วัดได้แค่นั้น) ขณะเดียวกันที่คลองท่อมเองก็ขุดค้นพบลูกปัดมากมาย หากตามรอยลูกปัดไปแล้วจะเห็นความสัมพันธ์กับอินเดียมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว 

ผมคงไม่หวังอะไรมาก แต่บางทีอาจถึงเวลาแล้วเหมือนกันที่คนโบราณคดีต้องออกมาเทคแอคชั่นต่อสังคมบ้าง เสาหลักทางวิชาการโบราณคดีอย่างคณะโบราณคดี ไม่ว่าอาจารย์หรือนักศึกษาคงต้องตอบคำถามอย่างมีน้ำหนักให้สังคมเสียทีว่าหากเราเสียแหล่งโบราณคดีหน้าวังหมีไปแล้วมันหมายุถึงอะไร

อย่าให้เหมือนกรณีเขาพระวิหารที่กว่าจะออกมาบอก ‘คำตอบ’ สำคัญทั้งทีมันก็…สายไปเสียแล้ว 

ขุนพลน้อย

8 มิ.ย. 52

 

Advertisements

5 comments on “ฝันร้าย ‘สัมปทานโรงโม่’ ทับแหล่งโบราณคดีกระบี่

  1. พรานไพร พูดว่า:

    ผมคนหนึ่งครับที่อยู่ในพื้นที่ก็ตระหนักอยู่ แต่ผมคิดว่ายากมากเหมือนกันที่จะกู้คืนมาในเมื่อผู้มีอำนาจในบ้านเมืองไม่เห็นความสำคัญรากเหง่าแห่งโคตรของคนเองเลย แล้วชาวบ้านจะทำอะไรได้เพียงไร ลองคิดดูเถิดครับในตำราวิชาการทางประวัติศาสตร์ยังบอกเลยว่ากระบี่ ถ้ำหลังโรงเรียน และภูเขาในละแวกเดียวกันนั้นเป็นแหล่งโบราณทางประวัติศาสตร์แห่งชนชาติ แต่คนที่เป็นวัวลืมคืมมองไม่เห็นความเป็นชาติแห่งตนเองก็คิดทำลายเพราะหวังได้เพียงแต่เงินทองเท่านั้น อยากถามว่าแล้วเราจะเหลืออะไรที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้ให้เรา และชนรุ่นหลังได้ศึกษาอีก คงจะเหลือเพียงตำราเท่านั้นแล

  2. thongnoi พูดว่า:

    คุณพรานไพรพอจะมีรูปสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้มั๊ยครับ เผื่อจะเป็นแรงกระตุ้นให้คนที่สนใจอยากลุกมาทำอะไรบ้าง

    ส่วนตัวผมเองอยากลงไปดูในพื้นที่เหมือนกัน

  3. พรานไพร พูดว่า:

    มีรูปมากมายครับ ติดต่อที่pranprai007@hotmail.com
    นะครับจะสะดวก

  4. มีรูปมาฝากไหมครับ

  5. สุรวุฒิ แซ่เล็ก พูดว่า:

    รู้สึกเจ็บปวดจัง
    เวลามีคนหน้าเงินรุ่นใหม่มาทำลายบรรพบุรุษของมันเอง

การแสดงความเห็นถูกปิด