ต็อป..โคลงบทนี้เพื่อนเข้มแต่งให้มึงนะ

เศรษฐา เศรษฐสถิตเบื้อง             เมืองบน
เศรษฐ   บุญประกอบผล               ส่งเจ้า
ชัย         สถิตนิกรชน                     วรมิตร
บดี         อินทร์จุ่งเทิดเกล้า           สู่ฟ้าเสวยสวรรค์

หลับให้สบายเถอะต็อป ชื่อ และความดี จะอยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆ ตลอดไป

เข้ม ๐๓๑

Advertisements

บันทึกสั้นๆกับความทรงจำยาวๆ : มันยังเหมือนเป็นเมื่อวานนี้ ว่ะ…ต็อป

โอ…โอ… ลั่นทมพรรณราย วอดวายไปแล้วหรือแก้วจ๋า

ลั่นทมล่วงหล่นปนน้ำตา หลั่งมาจากห้วงดวงใจเรา

โอ… โอ… ลั่นทมระบมล้ำ ทิ้งไว้แต่ความอับเฉา

เหล่าแมลงคงสลบซบเซา เงียบเหงาวังเวงเหมือนเพลงลา

พรรณรายเป็นสายสัมพันธ์ มาลัยใบจันทน์คือขวัญข้า

แต่บัดนี้หมดแล้วแววมยุรา อนิจจา… จากกัน นิรันดร

(เพลงอาลัยลั่นทม แต่งโดยพี่ตาร์ พิเศษ สังข์สุวรรณ)

 เขียนความทรงจำถึงเพื่อนผู้เดินทางล่วงหน้าไปรอพวกเราแล้ว สำหรับกูในเวลานี้คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการเขียน เนื่องจากการเขียนเป็นสิ่งที่กูใช้ชีวิตส่วนหนึ่งร่วมกับมันในตอนนี้และเป็นสิ่งที่ความสามารถของกูพอจะทำได้ดีอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ กูเพียงอยากให้ชีวิตส่วนหนึ่งของกูในเวลานี้มีมึงและเพื่อนๆเราอยู่ด้วยกันเหมือนที่ผ่านมาและอยู่เคียงข้างกันตลอดไป 

1

ข้างๆตึกโบราณคดีสีขาวสะอาดตา ปู่กร่างใหญ่ตั้งต้นตระหง่าน แผ่กิ่งก้านและใบเขียวสด หากใครอยู่ที่นี่สักระยะหนึ่งจะรู้ว่าปู่กร่างมักจะผลัดใบและผลิใบใหม่ในช่วงเวลาใกล้ๆรับน้องใหม่ของทุกๆปี  แถวนั้นเองคือบทเริ่มต้นของความทรงจำที่ดีครั้งหนึ่งของชีวิตพวกเราหลายๆคนเพราะบนพื้นฐานของความไม่รู้จักกัน ต้นกล้าแห่งไมตรีเพียงเริ่มต้นจากรอยยิ้มเล็กๆและการทักทายอย่างเป็นกันเอง  มึงกับเพื่อนๆรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ตั้งแต่ช่วงแรกของการเป็นนักศึกษาโบราณคดีชั้นปีที่ 1 อาจด้วยหลายๆคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนเตียมอุดมพัฒนาการมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น เยกับป้อม หรืออาจด้วยความเป็นเด็กกรุงเทพฯที่อาจจะเคยเห็นหน้าค่าตาบ้างแม้จะต่างโรงเรียนกันก็ตาม ยศ เบิร์ด แก้ว แบงค์ เก่ง จึงอยู่แถวๆนั้นกับมึง 

แต่สำหรับเด็กต่างจังหวัดแล้ว กูกับเน็ต สิงห์เหนือและเสือใต้ออกจะรู้สึกเคอะเขินในช่วงแรกๆ เพราะหันไปทางไหนก็ล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่ใหม่ เพียงแต่ด้วยบังเอิญเรียนเอกประวัติศาสตร์ศิลปะเหมือนกัน หลังจากลงมาจากห้อง 512 ห้องปฐมนิเทศที่กูกับอาจารย์ สันติ เล็กสุขุม(ป๋าก๊วน) เพิ่งถกเถียงแนวคิดทางการเรียนตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียนกับท่าน กูกับเน็ตเด็กบ้านนนอกสองคนจึงลงมานั่งด้วยกัน  มานั่งทวนความทรงจำวันนั้นกันแล้ว เน็ตบอกว่ามันรู้จักมึงตอนปฐมนิเทศของคณะ มึงเป็นคนแรกที่มาทักมัน ส่วนเยก็มาแซวว่ามึงชื่อ ไอ้สี่คิ้ว ไม่รู้ว่ามึงยังจำได้ไหม วันนั้นช่วงเที่ยงวันมึงก็ชวนเน็ตไปท่าพระจันทร์ พาไปร้านนายอินทร์แล้วนั่งกินขนมเอแคร์ที่ชั้นบนของร้าน เน็ตบอกว่าได้มีโอกาสเห็นท่าพระจันทร์ เห็นร้านน้องท่าพระจันทร์และเห็นร้านกาแฟ ร้านขนมบนร้านหนังสือเป็นครั้งแรกก็เพราะมึงไง พอกลับมามหาลัย ก็แยกย้ายกันไปปฐมนิเทศตามวิชาเอกของแต่ละคน กูกับเน็ตอยู่เอกประวัติศาสตร์ศิลปะ ได้อยู่กับป๋าก๊วน เน็ตก็เลยมาเจอกู จึงมาจับตัวกันตามประสาเด็กบ้านนอกไม่ชินที่ทางและต้องรวมกันเองไว้ก่อน ภายหลังมีเสียงเรียกและรอยยิ้มทักทายจากพวกมึงๆก็ทำให้มีท่าทีสบายๆต่อกันจนทำความรู้จักกันอย่างถ้วนทั่ว ก่อนที่ในที่สุดจะชักชวนกันไปซื้อชุดนักศึกษาที่ มาบุญครองเนื่องจากยศอยากได้ชุดนักศึกษาอีกสักตัว ด้วยความเป็นคนมีน้ำใจมึงจึงชวนเพื่อนๆทุกคนไปเที่ยวมาบุญครองกัน  

ตอนนั้นกูกับเน็ตไม่รู้จัก มาบุญครองหรอก เพียงแต่อยากเปิดหูเปิดตาจึงไปตามคำชวนอย่างง่ายดาย ระหว่างกำลังเดินไปที่ป้ายรถเมล์ ชมพู่ เอ็กซ์และอ้อ ก็ร่วมทางสมทบไปด้วยคล้ายๆกับเก็บตกได้ระหว่างทาง ด้วยท่าทีเอ๋อๆ บนรถเมล์ปอ.8 มึงจัดแจงเรื่องตั๋วรถเมล์ให้ มึงควักเงินจ่าค่ารถเมล์ให้เพื่อน ๆ แม้ว่ากูและเพื่อน ๆ จะยื่นเงินให้มึง มึงก็ไม่ยอมรับเงินนั้น มึงบอกว่า เงินแค่นี้เลี้ยงเพื่อนได้ มึงช่างเป็นคนที่มีน้ำใจจริง ๆและกูก็ชอบรับน้ำใจเพื่อนอยู่แล้วจึงไม่ปฏิเสธ ถึงมาบุญครองยศได้เสื้อนักศึกษา ยี่ห้อ เวอร์ซาเช่ (ของปลอม) ซึ่งมึงเป็นคนเลือกให้ หลังจากจ่ายเงินค่าเสื้อแล้ว มึงก็ชวนกูและเพื่อน ๆ ไปถ่ายรูปสติ๊กเกอร์เป็นที่ระลึกในโอกาสที่ได้เจอและผูกมิตรกัน ไปๆมาๆก่อนถ่ายบังเอิญเจอกบก่อนจึงเพิ่มมันเป็นอีกคนหนึ่งในภาความทรงจำนั้น สำหรับกูกับเน็ต สิงห์เหนือและเสือใต้ มันคือการถ่ายสติ๊กเกอร์ครั้งแรกและคิดว่าน่าจะเป็นครั้งเดียว มึงรู้ไหมต๊อปถึงตอนนี้รูปนั้นยังคงถูกเก็บไว้ที่บ้านนอก ซึ่งหากค้นดูคงหาเจอ ถ้าแม่ไม่ทิ้งของๆกูไปก่อนนะ แม้จะจำรายละเอียดไม่ได้ว่าในวันนั้นคุยอะไรกันไปบ้าง แต่ความรู้สึกยังคงอยู่และชวนให้คิดถึงอย่างอมยิ้ม จำได้ว่าจากนั้นไม่นานเอ็กซ์ก็ย้ายเข้ามาอยู่ห้องเดียวกูที่บางลำภูนั่นคือ วันที่กูรู้จักมึงวันแรก ถึงวันนี้มันล่วงเลยมาเกือบ 9 ปีแล้ว แต่กูว่ามันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
 

 2 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนเช้าวันที่ 22 เมษายน 2550 จินบอกว่ามึงเสียแล้ว รถของมึงถูกชนแถวๆมอเตอร์เวย์ ในใจกูตอนนั้นยังไม่ค่อยเชื่อเลย มันเป็นอะไรที่ไม่อยากให้มันเป็นความจริง ตอนบ่าย ๆ จินบอกว่าจะมารับไปด้วยกันที่วัดธาตุทอง สักพักหนึ่งเอ็กซ์ก็โทรมา ตามมาด้วยป๊อป เข้ม ตุ้ม อ้อม ออม ส่วนกูลองโทรไปหาฮัทมันตกใจมาก ยากที่จะเชื่อว่ามึงเดินทางไปล่วงหน้าแล้ว จากนั้นพอโทรหาเน็ตและปอปรากฏว่ามันรู้ข่าวแล้ว เน็ตรีบออกจากบ้านไปออฟฟิศเพื่อส่งข่าวให้เพื่อน ๆที่ต่างโดยฉพาะที่อยู่แดนไกล เวลานั้นกูเลยคาดว่าทุกคนคงรู้ข่าวมึงแล้ว  

เฮ้อ..น้ำตามันจะไหลแต่ไหลไม่ออกว่ะ วันนี้กูถอนใจไม่รู้กี่ครั้งแล้ว หลายคนก็เป็นแบบนี้ บางคนดูเงียบๆไป บางทีมองหน้ากันก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพื่อนเราบางคนร้องไห้ ร้องๆๆๆและร้องไม่หยุด รู้สึกเหมือนมึงยังไม่ได้ไปไหน มึงยังยิ้มเหมือนที่มึงยิ้มอย่างมีเสน่ห์ตลอดมา เพียงแต่เราคงคุยกันไม่ได้สักพัก…พักใหญ่ๆเท่านั้นเอง กูไม่ได้เจอมึงมา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่งานเลี้ยงรุ่น 45 ครั้งแรก แต่ยังได้รับข่าวคราวที่ดีๆของมึงเสมอ เพราะมึงมันเป็นคนที่ทำแต่เรื่องดีๆไง  ตลอด 9 ปีที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นมึงโกรธใครหรือหัวเสียใส่เพื่อนสักครั้ง ครั้งเดียวก็ไม่เคย จำได้ว่าโน้ตเคยแกล้งเอาก้อนอิฐใส่เป้มึงให้แบกกลับบ้าน มึงก็แบกอิฐกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว มาตอนเช้าได้แต่ขำๆกันมึงดูเยือกเย็นและมีเหตุผลเสมอ ในบรรดาพวกเราๆคนที่ดูจะมีบุคลิกเป็นผู้ใหญ่ที่สุดคงเป็นมึง และคนที่ดูเป็นงานเป็นการที่สุดก็คงเป็นมึง แต่เวลาที่กวนตีนส์มึงก็กวนได้อย่างมันส์หยดและเฮฮา มึงมีเสียงเรอสุดดังพอๆกับป๊อบ และแดกอย่างพายุหมุน ครั้งหรึ่งมึงท้าโน้ตโกนหัว ส่วนมึงจะโกนตา  ถ้าไม่โกนจะยอมเอางแลคตาซิคมาล้างหน้า แต่สุดท้ายไม่เห็นมีใครกล้าโกนซักราย  3

เมื่อ 9 ปีก่อนกับการเคี่ยวกรำบนดาดฟ้าจากบรรดาพี่ๆ มึงใช้ไหวพริบชั้นยอด ใช้ความกล้าบวกความหน้าด้านชั้นเยี่ยมอีกทั้งไม่เคยท้อต่อปัญหา ไม่เกินเลยไปนักหากจะพูดว่าหลายๆครั้งกำลังใจและกำลังขวัญที่ดีของมึงคือส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเราผ่านเวลานั้นกันมาได้ มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะนึกถึงกันได้ทั้งชีวิต ช่วงเวลาที่พวกเราไปรวมตัวกันที่ป้ายรถเมล์จนเสร่อมาร่วมร้องเพลงเล่นกลางลานสนามบาส การแอบมากินเหล้ากันครั้งแรกที่ห้อง 307 ริมน้ำแมนชั่น เพราะแถวๆมหาวิทยาลัย พวกคุณๆเขามีหุ้นกันทุกร้าน การกอดคอ การห้ามจินต่อยรุ่นพี่ การลงเรือลำเดียวกัน วันสุกดิบการนู้ดของมึงคืนนั้นและอีกหลายๆอย่าง ระหว่างนั้นบางทีมันแสนเครียดและกดดัน กูยังเห็นมึงยิ้มออกและหัวเราะได้ทุกที   หลังผ่านมันมาได้มึงกับเอิงทำหน้าที่ต่อด้วยการเป็นหัวเรือใหญ่ที่คลอดงาน Thank ประจำปี และสร้างกีฬาน้องพี่ครั้งที่ 1 ออกมาได้ ส่วนพวกกูก็เริ่มกินเหล้ากันอย่างจริงๆจังๆมากขึ้น 

4

 ในงาน Thank มีวงดนตรีกระป๋องกระแป๋งที่ทำให้กูได้มีร่วมมีส่วนแจมกับมึง โน้ต เอ็กซ์ เบิร์ด แบงค์ ทั้งที่เสียงกีตาร์กูออกจะห่วย ส่วนกลองกระเดื่องคู่ของเบิร์ดพอจะคุมจังหวะได้แน่น กีตาร์ของโน้ตที่พลิ้วอยู่แล้ว ขณะที่การเดินเบสของมึงก็ไปตามเส้นทาง แบงค์สลับเล่นกีตาร์กับกูในบางเพลง  แม้จะมีเสียงแปร่งๆออกมาบ่อยๆจากกูหลายท่อน และหลายครั้งตั้งแต่ตอนซ้อมก็ตาม แต่มึงและทุกคนก็ไม่ตัดกูออกจากวง อ่อ..สำหรับ เอ็กซ์รับหน้าที่ร้องนำ เพราะเสียงมันเหมือนพี่แมว จิรศักดิ์ และทำให้เพลง ปางตายกลายเป็นเพลงของรุ่น 45 ในที่สุด 

5

เผลอหน่อยเดียวปู่กร่างก็ผลัดใบอีกครั้งหนึ่ง ฤดูกาลร่ำลาพี่ปี 4 ก็มาถึง แต่เมื่อผลิใบใหม่ น้องรุ่นใหม่ก็มาแทนที่ ฉายาต๊อปทอร์นาโดของมึงได้มาจากช่วงเวลานี้เอง  พวกเรารับหน้าที่พาน้องใหม่เดินทางไปทัศนศึกษากันที่พระนครศรีอยุธยา ตกกลางคืนมึงเห็นเพื่อนเหนื่อยหน่อยก็นั่งเล่นกีตาร์กล่อมจนเพื่อนทุกคนหลับหมด มึงก็เริ่มหมุนตัวเป็นพายุอย่างรวดเร็ว รุนแรงและรุกเร้าตามมาด้วยการลากกีตาร์ไปกล่อมน้อง(สาว)ปี 1 อย่างพลิ้วไหว ในใจกูและพวกเพื่อน ๆที่ตื่นมาเห็นเงาดำตะคุ่มๆของมึงเหมือนพายุตอปิโดลูกหนึ่งพากันคิดว่านี่มึงกะจะไม่ให้พวกกูเกิดบ้างเลยรึไงว่ะ แค่รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ และอุปนิสัยที่อบอุ่นมากน้ำใจก็กินขาดพวกกูไปสองสามช่วงตัวแล้ว (เป็นความทรงจำที่เบิร์ดมันยังไม่ลืมอย่างที่มันโพสต์ไว้ก่อนหน้านี้)    แต่หลังจากงานนั้น บรรดาเพื่อนๆเราก็เริ่มแยกย้ายไปเรียนตามเอกของตัวเอง ทำให้เจอกันน้อยลงกว่าปี 1 ที่เรียนแค่วิชาศึกษาทั่วไปซึ่งมักลงวิชาคล้ายๆกันด้วยการลอกกันลงทะเบียน อย่างไรก็ตามการสังสรรค์กันก็มีเนืองๆ แม้มึงจะกินเหล้าไม่หนักแต่ก็ร่วมวงคลุกคลีกันเป็นประจำ เรียกว่าถ้ามีโอกาส มึงก็จะมาร่วมนั่งพูดคุย สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้แก่เพื่อน ๆ   จนกระทั่ง มึงได้งานทำเป็นคนแรก ๆ ของรุ่นตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ มึงเริ่มจับงานทัวร์อย่างจริงจังจึงมีเวลาได้เจอกับเพื่อนๆน้อยลง

แต่สำหรับความรู้สึกระหว่างกันกูว่ามันก็เหมือนทุกๆวันตอนปี 1 อย่างไรก็อย่างนั้น คำว่า เพื่อน ยังคงเป็นเหมือนสายใยและโซ่ที่ช่วยคล้องเกี่ยวพวกเราเอาไว้อย่างแนบแน่นเสมอมา ถึงแม้ว่าในห้วงระยะเวลา 2 ปีมานี้ กูไม่มีโอกาสเจอมึงเลย จนกระทั่งมึงมาล่วงหน้าพวกกูไปอีกครั้งนึงแล้ว แต่ในความรู้สึกของกูและเพื่อน ๆ มันยังคงเป็นแบบนั้น มันยังเหมือนเป็นเมื่อวานนี้ว่ะ…ต๊อป 22 เมษายน 2550

ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง (ธง)   342063 

ศุภเกียรติ เหล่าธีรศิริ (เน็ต) 342066 ผู้ช่วยเตือนความจำ

ขุนพลน้อยกลับจาก ‘ทะเล’ แล้วคร้าบ

หลังจากที่มีงานมากมายจนต้องไปหางานที่น่าสนใจของคนนู้นคนนี้มาให้อ่านและให้ถกเถียงกันพอเป็นกระสัย ผมก็หนีไปรับลมแก้ร้อนริมทะเลเกาะเสม็ดกับแกงค์สาวๆอดีตนักเรียน ราชินีมาครับ  ความจริงก่อนหน้าจะไปเกาะเสม็ด ผมเดินทางลงใต้ไปที่  เกาะลันตาจังหวัดกระบี่ เพื่อทำภาระกิจบางอย่างให้กับสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ไปพร้อมกับนักข่าวสาวไฟแรง ส่วนเรื่องราวการเดินทางครั้งนั้นเป็นอย่างไร จะให้นักข่าวสาวมาเป็นผู้เล่าในตอนต่อไปครับ 

ตอนนี้เอาเป็นว่า หลังจากห่างหายจาก ARCHAEo 45 ไปนานพอสมควร เลยขอเก็บภาพบรรยากาศดีๆกับแกงค์สาวๆน่ารักที่ เกาะเสม็ดมาฝาก ก่อนเริ่มต้นงานเขียนใหม่ๆกันอีกครั้ง อีกทั้งเผื่อว่าภาพเหล่านี้จะเป็นแรงดลใจเล็กๆในหน้าร้อนให้ใครบางคนได้เริ่มคิดหยุดพักกับเรื่องเครียดๆต่างๆนานา ที่สุมกระหน่ำมาทุกเมื่อเชื่อวันแต่วางไม่ลง ให้อยากย้อนเวลาไปรำลึกถึงวันเวลาสนุกในอดีตอีกครั้งผ่านการเดินทางไปเที่ยวไปกับเพื่อนเก่าๆ และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ในสถานที่ที่แตกต่างจากความชาชินในทุกๆวัน อย่างน้อยๆคงอาจทำให้สามารถลืมเรื่องหนักสมองกันไปสักพักหนึ่ง  

แต่ไฟและจินตนาการใหม่ๆในชีวิตจะเดินทางกลับมาหาเราครับ

aom_abc.jpg

เพื่อนเก่าของผมกำลังทำตัวเป็น กขค. เพื่อนราชินี ของเธอ

aom_cher.jpg

สงสัยกำลังคิดว่าเป็นนางแบบอิมเมจกัน

at_nite.jpg

 อาหารค่ำริมทะเล ใต้เสียงเทียน

cherandfan.jpg

ในที่สุดเพื่อนเก่าผมก็ไม่สามารถเป็น กขค. ได้ตลอด

jump.jpg

ช่วงที่พวกเขาสนุกสนานกันนี้ ผมยังนอนอยู่ที่บังกะโลครับ

 mod_jeab1.jpg

สองคนนี้ คนนึงผมรู้จักมาสักระยะแล้ว สาวหวานเรียบร้อย ฝีมือฟ้อนรำอ่อนช้อยสวยงาม มีหมาน่ารักพันธุ์ชิสุ ชื่อ ไข่ตุ๋นส่วนอีกคนหนึ่งมารู้จักกันทริปนี้เป็นนักดนตรีสาว ดูลุยๆ  แต่กลับแพ้เหล้าซะนี่

rajinee21.jpg 

 rajinee_gang.jpg

รูปรวมหมู่ ไม่มีผมครับเพราะยังนอนไม่ตื่นที่ใส่แว่นขวามือเสื้อเขียว(หรือน้ำเงินหว่า)เป็นเจ้าของภาพถ่าย ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อครับ

start.jpg

เห็นผมรึป่าว มุมบนซ้ายมือ อิอิ

อ่อ อาจสงสัยว่าผมเรียนจบราชินีกับเขาด้วยรึป่าว ยืนยันว่าไม่ใช่และไม่ได้แปลงร่างจนสมชายจดปลายเท้านะครับ ส่วนแล้วไปยุ่งกับการเดินทางของสาวๆได้อย่างไรนั้น บังเอิญว่าเพื่อนเก่าของผมมันชวนไปกับเพื่อนสาวๆราชินีของมัน ได้ยินแค่นามนี้ ก็ควรค่าแก่การเดินทางไปด้วยแล้วครับ 

เดินทางเมื่อ 24 – 25 มีนาคม 2550

บันทึก 2  เมษายน 2550 

ขุนพลน้อย