ข้อมูลประกอบ:ชาวกระบี่ยื่นหนังสือผู้ว่าฯค้านระเบิดหินเขานาไฟไหม้

ผู้จัดการออนไลน์ 11 กันยายน 2549 .

สภาวัฒนธรรมกระบี่เดินหน้าค้านระเบิดหินบริเวณเทือกเขานาไฟไหม้ เตรียมเสนอผู้ว่าฯค้านระเบิดหิน หลังทางโบราณคดียืนยันพบวัตถุโบราณคดีอายุหลายพันปี

จากกรณีที่มีผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ม.1, 2 และ ม.3 .ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ร่วมลงชื่อกว่า 200 คน ร้องเรียนต่อ นายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ขอให้ยกเลิกสัมปทานระเบิดย่อยหิน ที่บริเวณเทือกเขานาไฟไหม้ เนื่องจากเป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งต้นน้ำที่ไหลไปยังคลองน้ำแดง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ และภายในถ้ำบริเวณเทือกเขา ได้มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และเครื่องใช้ต่างๆ เป็นจำนวนมากคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี

ล่าสุด นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ 15 จังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมตัวแทนบริษัทที่ได้รับสัมปทานระเบิดย่อยหิน ผู้นำตัวแทนชาวบ้าน ได้เดินทางมาสำรวจภายในถ้ำ แต่เกิดฝนตกทำให้ไม่สามารถเข้าสำรวจได้ จากนั้นเข้าสำรวจที่เขาถ้ำหน้าวังหมี ภายในภูเขาที่ได้รับสัมปทานระเบิดย่อยหิน พื้นที่จำนวน 89 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ 3 .ทับปริก อ.เมืองกระบี่

จากการสำรวจพบว่า ภายในภูเขาลูกดังกล่าวซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก มีโถงถ้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 4 เมตร ยาว 100 เมตร ประกอบด้วย ถ้ำเล็ก ใหญ่ นับสิบถ้ำ ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงาม ซึ่งบางส่วนได้ถูกทำลาย และที่บริเวณพื้นถ้ำได้มีการขุดมูลค้างคาวเพื่อนำไปทำปุ๋ยด้วย

นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 15 จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการขุดสำรวจลึกประมาณ 60 เซนติเมตร พบเศษกระเบื้องของหม้อสามขาและเศษกระดูกจำนวนหนึ่ง มีอายุประมาณไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี และหากขุดลึกไปกว่านี้ก็อาจพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งเทือกเขาดังกล่าวเป็นเทือกเขาเดียวกับเทือกเขาที่ตั้งอยู่หลังโรงเรียนทับปริก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณและเครื่องใช้อื่นๆ อีกหลายรายการที่มีอายุไปต่ำกว่า 4 หมื่นปีด้วย

ด้าน นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า สาเหตุที่ได้คัดค้านการระเบิดย่อยหินที่บริเวณเทือกเขาไฟไหม้ เนื่องจากว่าบริเวณเทือกเขาแห่งนี้น่าจะเป็นชุมชนโบรานแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ นักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า เป็นเมืองบันไทยเสมอ ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรเมือง 12 นักษัตร ที่มีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ บริเวณบ้านไสไทย หรือบ้านในสระ

อีกทั้งยังมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณในถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก โดย ดร.ดักลาส ดี แอนเดอร์สัน นักโบราณคดีชาวต่างชาติ แต่ยังไม่ได้มีการศึกษาวิจัยกันอย่างเป็นทางการเนื่องจากไม่มีงบประมาณ

หากภูเขาไฟไหม้ถูกทำลายโดยการระเบิดย่อยหินขายไปจนหมดสิ้น แหล่งต้นน้ำลำธารดังกล่าวจะต้องสูญเสียไป แหล่งมนุษย์โบราณ แหล่งประวัติศาสตร์และแหล่งพันธุ์พืชนานาชนิด มีอันต้องหายไปจากท้องถิ่นแห่งนี้ น่าเสียดายและน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทรัพยากรของแผ่นดินถูกทำลายไปโดยกลุ่มผลประโยชน์เพียงไม่กี่คน และจะนำข้อสรุปที่ได้ในการขุดค้นเบื้องต้นนี้ เสนอต่อนายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชจังหวัดกระบี่ เพื่อให้ทบทวนการอนุญาตสัมปทานระเบิดย่อยหินที่บริเวณเทือกเขาดังกล่าว เพื่อเป็นการรักษาแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของจังหวัดต่อไป

 

Advertisements