<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>archaeo45....</title>
	<atom:link href="http://archaeo45.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://archaeo45.wordpress.com</link>
	<description>archaeo45.wordpress.com</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Jul 2009 11:04:01 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='archaeo45.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/0ceab4636aa86f1658f5422b71063e6e?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>archaeo45....</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>ขอเชิญร่วมงานคืนสู่เหย้าและรำลึกถึง 1 ปีพี่ต้า(และพี่น้องผู้ล่วงลับทุกท่าน)</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2009/07/02/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2009/07/02/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2009 11:04:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo Activity]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=93&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p style="text-align:center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-98" title="poster archaeo2" src="http://archaeo45.files.wordpress.com/2009/07/poster-archaeo21.jpg?w=358&#038;h=334" alt="poster archaeo2" width="358" height="334" /></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/93/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/93/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/93/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/93/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/93/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/93/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/93/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/93/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/93/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/93/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=93&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2009/07/02/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://archaeo45.files.wordpress.com/2009/07/poster-archaeo21.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">poster archaeo2</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ข้อถกเถียง ต่างความเห็น กรณี ‘พระวิหาร’</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/28/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/28/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Jun 2009 05:03:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Archaeo politics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=88</guid>
		<description><![CDATA[ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง  
หลัง รายงาน: มรดกโลก ‘พระวิหาร’ บนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลไทยต้องเสนอให้ยูเนสโกทบทวน เผยแพร่ผ่านประชาไท มีข้อถกเถียงที่น่าสนใจจากสองมุมมองจึงนำมาเผยแพร่ต่อ
 ทั้งนี้ ต้องยอมรับในสิ่งที่ ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ ติติงว่า ศาลโลกตัดสิน ว่า “พื้นที่ ที่เป็นที่ตั้งของประสาท เป็นพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา” นั้นถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ความเห็นส่วนตัวของผม มันยังต้องคิดต่ออยู่ดี อย่างน้อยถ้ายอมรับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ผิดไปจากหลักฐาน ก็คงหมายถึง การยอมรับในการ ‘สร้างเรื่อง’ เพื่อหวังบรรลุเป้าหมายใดๆได้โดยไม่ต้องสนใจอะไร ขอเพียงให้มีเรื่องนั้นเป็นที่ยอมรับก็พอ และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการตีความทั้งสิ้น

000
 
ความคิดเห็นของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (visitor) (127.0.0.1 124.122.112.139) .. Fri, 2009-06-19 23:08 
ที่ผู้เขียน
ที่ผู้เขียน เขียนว่า
&#8220;จนกระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา &#8220;
 
ผิด ความจริง
 
ย้ำ ผิด ความจริง
 กรุณาอ่านเอกสาร ก่อนจะเขียนเรืองสำคัญแบบนี้
 ความจริงคือ ศาลโลกตัดสินว่า พื้นที่ ที่เป็นที่ตั้งของประสาท เป็นพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา
 ไมใช่ &#8220;ตัดสินให้ตัวปราสาท..ตกเป็นของกัมพูชา&#8221;
 พูดง่ายๆคือ เขาตัดสินว่า ดินแดนนั้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=88&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><strong>ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง </strong><strong> </strong></p>
<p>หลัง <a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24757">รายงาน: มรดกโลก ‘พระวิหาร’ บนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลไทยต้องเสนอให้ยูเนสโกทบทวน </a>เผยแพร่ผ่านประชาไท มีข้อถกเถียงที่น่าสนใจจากสองมุมมองจึงนำมาเผยแพร่ต่อ</p>
<p> ทั้งนี้ ต้องยอมรับในสิ่งที่ ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ ติติงว่า ศาลโลกตัดสิน ว่า “พื้นที่ ที่เป็นที่ตั้งของประสาท เป็นพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา” นั้นถูกต้อง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความเห็นส่วนตัวของผม มันยังต้องคิดต่ออยู่ดี อย่างน้อยถ้ายอมรับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ผิดไปจากหลักฐาน ก็คงหมายถึง การยอมรับในการ ‘สร้างเรื่อง’ เพื่อหวังบรรลุเป้าหมายใดๆได้โดยไม่ต้องสนใจอะไร ขอเพียงให้มีเรื่องนั้นเป็นที่ยอมรับก็พอ และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการตีความทั้งสิ้น</p>
<p><span id="more-88"></span></p>
<p style="text-align:center;"><strong>000</strong></p>
<p align="center"><strong> </strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 124.122.112.139) .. Fri, 2009-06-19 23:08 </strong></p>
<p>ที่ผู้เขียน</p>
<p>ที่ผู้เขียน เขียนว่า</p>
<p>&#8220;จนกระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา &#8220;</p>
<p> </p>
<p>ผิด ความจริง</p>
<p> </p>
<p>ย้ำ ผิด ความจริง</p>
<p> กรุณาอ่านเอกสาร ก่อนจะเขียนเรืองสำคัญแบบนี้</p>
<p> ความจริงคือ ศาลโลกตัดสินว่า พื้นที่ ที่เป็นที่ตั้งของประสาท เป็นพื้นที่อธิปไตยของกัมพูชา</p>
<p> ไมใช่ &#8220;ตัดสินให้ตัวปราสาท..ตกเป็นของกัมพูชา&#8221;</p>
<p> พูดง่ายๆคือ เขาตัดสินว่า ดินแดนนั้น (ตรงที่มีประสาทตั้งอยู่) เป็นของกัมพูชา ตัวประสาทจึงเป็นของกัมพูชาไป</p>
<p> เขาตัดสินเรื่องดินแดนครับ ไม่ใช่ตัดสินเรื่องตัวปราสาท</p>
<p> ไม่ใช่ ยกปราสาท ให้กัมพูชา แต่ดินแดนที่ตั้งประสาทยังมีปัญหา อย่างที่พวกพันธมิตร (และ ปชป. สมัยเป็นฝ่ายค้าน) พูดๆกัน</p>
<p> อนึ่ง &#8220;ข้อมูล&#8221; เรื่องที รศ.ดร.ศักดิ์ชัย ยกมา และผู้เขียนพูดถึงยืดยาวนั้น ไม่เกี่ยวข้องเลยครับ (irrelavant) ในแง่ของการที่ ดินแดนที่ตั้งตัวปราสาท ยังไงก็เป็นของเขมรไปแล้ว จบไป 50 ปีแล้วครับ</p>
<p> คราวหน้า ก่อนจะเขียน กรุณาศึกษาก่อนครับ</p>
<p> <strong>ตอบความคิดเห็น </strong><strong></strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ บางกอก (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 58.9.7.205) .. Fri, 2009-06-19 23:45 </strong></p>
<p>สมศักดิ์เจียมครับ</p>
<p>สมศักดิ์เจียมครับ บทความเขาพูดถึงการขึ้นทะเบียนมรดกโลก และหลักฐานทางโบราณคดีที่พบว่า บริเวณรอบๆปราสาทนั้นเกี่ยวข้องกับตัวปราสาทเป็นอย่างยิ่ง และความสำคัญของปราสาทนั้นต้องพิจารณาจากพื้นฐานอารยะธรรม ของรูปแบบปราสาทและผู้คนที่สร้างและใช้ปราสาทแห่งนี้ในอดีต รศ.ดร.ศักดิ์ชัยได้นำเสนอหลักฐานใหม่ว่าพื้นที่ด้านฝั่งไทยและอารยะธรรมฮินดูนั้นมีบทบาทในการสร้างปราสาทมากกว่ามหายานแบบขอม ด้วยหลักฐานใหม่นี้ การจะทำปรารสาทเป็นมรดกโลกก็ควรจะต้องครอบคลุมพื้นที่ข้างเคียงทั้งพื้นที่ทับซ้อนและพื้นที่ในเขตไทยเข้าไปด้วย ไม่ใช่เอาแต่ตัวปราสาทไปขึ้นทะเบียน</p>
<p> ในขั้นตอนนี้ เขาไม่ถือและไม่สนใจว่าตัวปราสาทเป็นดินแดนของประเทศไหน ประเด็นหลักมันอยู่ที่ว่า คณะกรรมการเขาจะยอมรับหลักฐานใหม่ฝ่ายไทยไหม และเห็นด้วยไหมที่จะทำทั้งปราสาททั้งอาคารสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องให้เป็นมรดกโลกทั้งบริเวณ ส่วนเรื่องใครจะเป็นเจ้าของดินแดนส่วนไหนถือได้ว่าเป็นประเด็นรองเพราะเมื่อเป็นมรดกโลกก็ต้องบริหารพื้นที่ร่วมกันอยู่ดี</p>
<p> <strong>ตอบความคิดเห็น </strong><strong></strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 65.49.2.22) .. Sat, 2009-06-20 07:04</strong></p>
<p>&#8220;ในขั้นตอนนี้</p>
<p>&#8220;ในขั้นตอนนี้ เขาไม่ถือและไม่สนใจว่าตัวปราสาทเป็นดินแดนของประเทศไหน ประเด็นหลักมันอยู่ที่ว่า คณะกรรมการเขาจะยอมรับหลักฐานใหม่ฝ่ายไทยไหม&#8230;&#8221;</p>
<p> &#8221;ขั้นตอนนี้&#8221; ของคุณ น่ะ ขั้นตอนไหน?</p>
<p> ถ้าผมเป็นกัมพูชา ผมก็จะยืนยัน ตามสิทธิอันชอบธรรมของผมว่า ที่คุณมาทำเป็น &#8220;เริ่มขั้นตอนใหม่&#8221; อ้างเรื่อง หลักฐาน &#8220;โบราณคดี&#8221; อะไรนั่น มันไม่เกี่ยว (irrelevant) คือ ไม่ทำให้ความจริง เปลี่ยนว่า ดินแดนที่ตั้งประสาท เป็นของกัมพูชา ตามคำตัดสิน 50 ปีแล้ว</p>
<p> และที่เขียนมานี้ &#8220;เขาไม่ถือและไม่สนใจว่าตัวปราสาทเป็นดินแดนของประเทศไหน&#8230;&#8221;</p>
<p> นี่แหละ ความดันทุรัง ของคนที่ไม่รุ้จักยอมรับการตัดสิน</p>
<p> &#8221;เขา&#8221; ที่ว่า &#8220;ไม่สนใจ&#8221; ว่า &#8220;เป็นดินแดนประเทศไหน&#8221; น่ะ &#8220;เขา&#8221; ไหนครับ?</p>
<p>มีแต่ &#8220;เขา&#8221; ที่ดันทุรัง ที่ยังพูดแบบนี้</p>
<p> คุณ &#8220;ไม่สนใจ&#8221; ยังไง มันก็เป็นของกัมพูชาอยู่ดีครับ อย่าทำดัดจริต ไม่รู้ไม่ชี้</p>
<p> และนี่แหละคือความหมายแท้จริงของการอ้าง &#8220;หลักฐานโบราณคดี&#8221; ทีว่าแหละ คือ พยายาม เบี่ยงประเด็น ทำเป็น &#8220;ไม่สนใจ ว่าดินแดนของประเทศไหน&#8221;</p>
<p> อย่างที่เขียนใน rep ข้างบน ข้อสรุปที่ว่า ดินแดนที่ปราสาทตั้งอยู่เป็นของกัมพูชา เป็นข้อยุติไปเป็นชาติแล้ว และบทความนี้ เขียนผิดโต้งๆตั้งแต่บรรทัดแรก และข้อมูลที่อ้าง รศ.ดร. นั่น ก็ไม่มีความหมายอะไรนอกจาก ดันทุรัง ปลอบใจตัวเอง อย่างที่คุณเพิ่งเขียนมานี้แหละ</p>
<p> <strong>ตอบความคิดเห็น </strong><strong></strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ บางกอก (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 58.9.7.205) .. Sat, 2009-06-20 08:58 </strong></p>
<p>ในขั้นตอนนี้</p>
<p>ในขั้นตอนนี้ ทีมงานเจรจาของรัฐบาลไทย ก็ทำเพียงยื่นข้อเสนอโครงการมรดกโลกแบบที่ไทยต้องการ พร้อมหลักฐานประกอบ และคำยืนยันจากรัฐบาลไทยว่า พร้อมจะให้เวลาและความร่วมมือกับยูเนสโก้ในการทำการศึกษาเพิ่มเติมตามข้อเสนอ อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยสงวนท่าทีและจะไม่ยินยอมให้ใช้ดินแดนไทยและดินแดนทับซ้อนกระทำการใดๆทั้งสิ้น ก่อนที่จะได้รับคำตอบเรื่องข้อเสนอใหม่อย่างเป็นทางการจากยูเนสโก้ และมีเวลาพอเพียงที่จะศึกษาคำตอบนั้น&#8230;.ไปประชุมคราวนี้ก็แถลงแค่นี้พอแล้วครับแถลงเสร็จขึ้นเครื่องกลับเลยยังได้&#8230; สมศักดิ์เจียมอ่านแล้วพอเข้าใจเทคนิคการเจรจาต่อรอง แบบ Stone Ass ของรัสเซียได้ดีขึ้นไหมครับ ดินแดนของใครมันเรื่องน้ำจิ้ม สำคัญว่าเวลาที่ใช้และเสียไปมันไปบีบใครฝ่ายไหน ไทยนั้นมีเวลาอีกเป็นร้อยปีพันปีที่จะคุยเขมรเรื่องนี้ ฮุนเซนนั้นมีนายทุนที่จะลงทุนบีบไข่อยู่&#8230;ไว้เขาเจรจากันเสร็จสมศักดิ์ค่อยบันทึกไว้สอนหนังสือเด็กรุ่นหลังก็ได้ครับ..</p>
<p> <strong>ตอบความคิดเห็น </strong><strong></strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ สมศักดิ เจียมธีรสกุล (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 124.120.81.205) .. Sat, 2009-06-20 12:50 </strong></p>
<p>เบี่ยงประเด็นไปเรื้อยเปื่อยอี</p>
<p>เบี่ยงประเด็นไปเรื้อยเปื่อยอีก</p>
<p> ตกลง ศาลโลกตัดสินว่า ดินแดนที่ตั้งเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาหรือไม่?</p>
<p> พูดเรื่อยเปื่อยยังไง ก็ไม่มีวันเปลี่ยนความจริงพื้นฐานข้อนี้ได้หรอกครับ ไม่ต้องฝันไป</p>
<p> </p>
<p>(และตกลงที่พูดเรื่อยเปื่อยมา 2-3 rep นี้ ไม่ทราบยอมรับความจริงข้อนี้หรือไม่ หรื่อยังจะดันทุรังต่อไปเรื่อยๆ จนชาติหน้า?)</p>
<p> ถ้าผมเป็นกัมพูชา ผมก็ต้องยืนยันความจริงข้อนี้เป็นฐานในการเจรจาทุกอย่าง</p>
<p> </p>
<p>การพยายาม เล่นลูกไม้ โดยไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ คนอื่นเขาไม่ได้โง่เป็นควายครับ จึงจะมองไม่ออก</p>
<p> <strong>ตอบความคิดเห็น </strong><strong></strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ บางกอก (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 58.9.4.184) .. Sat, 2009-06-20 22:24 </strong></p>
<p>ด้วยอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาล</p>
<p>ด้วยอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของสมศักดิ์ เจียมเองก็สะดวกดีครับที่จะจำแต่ว่าวันที่นี้เดือนนี้ปีนี้ ศาลโลกตัดสินให้พระวิหารเป็นดินแดนในอธิปไตยของเขมร และก็ไม่ได้มีใครคัดค้านอะไร</p>
<p>กษิต ภิรมณ์และข้าราชการกระทรวงต่างประเทศนั้นมีอาชีพและหน้าที่ประสานรักษาผลประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ กำลังทำหน้าที่ ที่จะให้โครงการมรดกโลกที่จะเกิดขึ้นด้วยการอนุมัติของยูเนสโก้นั้นเป็นประโยชน์กับไทยสูงสุด ด้วยภาพของโครงการที่ใหญ่กว่าดินแดนที่เขมรได้รับสิทธิไปตามที่ศาลโลกตัดสิน และด้วยข้อมูลการค้นพบใหม่ของแหล่งที่มาของอารยะธรรมเจ้าของปราสาทผู้สร้างปราสาท ยูเนสโก้จะเห็นอย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป รัฐบาลและประชาชนชาวเขมรจะไม่พอใจบ้างก็เป็นเรื่องปรกติ ถ้าเกิดคนเขมร&#8230; แต่ไม่น่าปรกตินักถ้าเกิดเป็นคนไทย</p>
<p>ผมเองนั้นไม่ค่อยห่วงความคืบหน้าของปัญหานี้ในมือของมืออาชีพด้านการต่างประเทศของไทยนอกยุคแม้ว เพราะมีฝีมือได้รับการยกย่องมาหลายชั่วคนแล้ว ต้องขอย้ำว่าไม่นับสมัยแม้วและบริวารครองเมือง</p>
<p>ผมกลับเป็นห่วงคุณภาพนักศึกษาที่ผ่านการสอนของสมศักดิ์เจียมเสียมากกว่า ในเมื่ออาจารย์ยังแยกประเด็นโครงการมรดกโลกกับเรื่องสิทธิดินแดนยังไม่ออก ยืนหยัดประเด็นแตกต่างไปใช้ในเวทีที่ต้องการประสานผลประโยชน์ระหว่างชาติ ต่อว่าบริพาทคนที่ให้ความเห็นค้าน คุณภาพนักศึกษาบางคนที่บังเอิญเห็นว่าสมศักดิ์ เจียมเป็นตัวอย่างที่ดีเป็นแบบอย่างได้ มันจะเป็นอย่างไรครับ&#8230;..</p>
<p>จำไว้สอนเด็กหน่อยนะครับ เรื่องสิทธิเหนือดินแดนนั้นฝ่ายความมั่นคงและทหารทั้งเขมรและไทยเขามีหน้าที่และทำความตกลงกันบ้างรบกันบ้างเป็นปรกติของทหาร ส่วนเรื่องมรดกโลกนั้นกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกระทรวงต่างประเทศเขากำลังสานผลประโยชน์กับเขมรอยู่ กลยุทธหลักการเจรจานั้นอยู่ที่ความจริงที่ว่า ไทยนั้นไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบใดๆ เจรจากันอีกสักร้อยปีก็ได้ ถ้าเขมรจะถือสิทธิตามศาลโลกหรือที่สมศักดิ์ เจียมเห็นเป็นเรื่องสำคัญนักหนา ต้องการจะรีบทำมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียว ก็ให้ยกทัพมารบเอาพื้นที่ที่เกี่ยวข้องไปก็แล้วกัน&#8230;..หรือไม่ก็ใช้คอนเน็กชั่นในยูเนสโก้ปรับโครงการให้เข้ากับความต้องการร่วมของไทยให้ได้ ไม่เช่นนั้นไม่มีใครหน้าไหนอำนาจอะไรจะบังคับให้ไทยยอมให้เขมรทำตามโครงการของเขมรแต่ฝ่ายเดียวได้ ยกเว้นแม้วกลับมาเป็นนายกอีก</p>
<p>ประวัติศาสตร์และสนธิสัญญาข้อตกลงต่างๆที่บรรดาอาจารย์เอามาสอนลูกศิษญ์ลูกหากันทุกวันนี้ ผู้มีอาชีพอาจารย์และนักวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบทั้งหลาย มักละเลยความเป็นจริงว่าข้อสรุปที่บันทึกเอามาสอนกันนั้น เปื้อนเลือด เหงื่อ น้ำตา ของทหาร นักการทูต และประชาชนผู้เกี่ยวข้องไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ในกระบวนนี้นอกจากจีนแล้วไม่ค่อยมีวัฒนธรรมไหนให้เกียรติยกย่องนักการทูต ที่เป็นนักรบ นักวางแผนในดงน้ำหมึกน้ำลายผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง&#8230;เอ ผมเผลอบอกไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ว่า เป็นอาจารย์คิดเป็นแค่นี้ก็ดีแล้ว &#8230;.</p>
<p><strong>ตอบความคิดเห็น </strong><strong></strong></p>
<p><strong>ความคิดเห็นของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (</strong><strong>visitor) (127.0.0.1 124.120.76.27) .. Sun, 2009-06-21 13:49 </strong></p>
<p>&#8220;ด้วยอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยา</p>
<p>&#8220;ด้วยอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของสมศักดิ์ เจียมเองก็สะดวกดีครับที่จะจำแต่ว่าวันที่นี้เดือนนี้ปีนี้ ศาลโลกตัดสินให้พระวิหารเป็นดินแดนในอธิปไตยของเขมร และก็ไม่ได้มีใครคัดค้านอะไร&#8221;</p>
<p>เพ้อเจ้อมาเยอะแยะอีกแล้ว</p>
<p>อาชีพอะไรเกี่ยวอะไรด้วยครับ? เป็นอาจารย์มหาลัย เป็นทุต เป็ฯ รมต ตางประเทศ</p>
<p>ความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับกรณ๊เขาพระวิหาร ซึ่งผู้เขียนบทความนี้ เขียนผิด (ย้ำ ผิด ผิด ผิด) และ ผศ.ดร. ที่อ้างในบทความ เบี่ยงเบน, และผู้ใช้ชื่อ &#8220;บางกอก&#8221; มาทำเป็น &#8220;ไม่สนใจในขั้นนี้&#8221;</p>
<p>คือ ความจริงอยู่วันยังค่ำว่า ไทยไม่มีอธิปไตยเหนือดินแดนทีตั้งปราสาท (และตัวประสาทที่อยู่บนดินแดนนั้น)</p>
<p>การพูดจาเพื้อเจื้อ ยาวๆ นี่ เพื่อพยายาม หลีกเลี่ยงความจริงนี้เท่านั้น</p>
<p>เป็นแทคติก ที่พวกพันธมิตร หรือ เห็นอกเห็นใจ พันธมิตร หรือพวกเพ้อฝัน เรื่อง จะ&#8221;เอาเขาพระวิหารคืน&#8221; ชอบใช้ เพราะด้านหนึ่ง ทำใจ รับความจริง ดังกล่าวไม่ได้ อีกด้านหนึ่ง ก็ยังพยายาม จะหาทางพูดจาเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ</p>
<p>ถ้าผม หรือ ใครก็ตาม เป็นกัมพูชา นั่นคือ เป็นเจ้าของดินแดนและตัวประสาทอยู่ ไม่ว่า จะเป็นประเด็นอะไร รวมทั้งประเด็น World Heritage ด้วย ล้วนต้องกระทำ บนพื้นฐานของการยอมรับ ความจริงนี้ก่อน</p>
<p>การที่พยายามพูดเรื่อยเปื่อย ก็สมควรถูกมองว่า เป็นการเบี่ยงประเด็น ไม่ยอมรับความจริงนี้เท่านั้น</p>
<p>คนเหล่านี้ ก็ฝันไปเรื่อยว่า ถ้า &#8220;ขยายประเด็น&#8221; เป็นเรื่อง &#8220;การจัดการ&#8221; เป็นเรื่อง &#8220;แหล่งวัฒนธรรม&#8221; บลา บลา บลา แล้ว ก็จะทำให้ &#8220;เรา&#8221; (&#8220;ประเทศไทย&#8221; ในจิตนาการของพวกเขา) &#8220;มีส่วน&#8221; ร่วมด้วย คือ แพ้ศาล เอาคืนไม่ได้ ขอ &#8220;มีส่วน&#8221; อื่นๆ ก็ยังดี</p>
<p>เพ้อเจ้อ เรื่อยเปื่อย ฝันเฟื่องจริงๆพวกนี้ เสียเวลา</p>
<p>ตกลง แค่ยอมรับว่า นี่เป็นสมบัติคนอื่นเขา นี่ก็ทำใจยอมรับไม่ได้?</p>
<p>(ขำ ที่พูดเรื่อยเปื่อยไปถึง &#8220;เลือด เนื้อ น้ำตา &#8230;&#8221; อะไรโน่น ในประวัติศาสตร์ นี่คนแถบนี้ ต่างฝ่ายต่างเสียทั้งนั้นแหละ ไทย เขมร เวียดนาม พม่า ฆ่ากันไปฆ่ากันมา เสียทั้งนั้น พูดยกเรื่องแบบนี้มา ยังไง ก็ไม่เปลี่ยนความจริงเรื่อง ดินแดนและปราสาท น่ะเป็นของคนอื่นเขาแล้ว บ่นเรื่อง &#8220;เลือด เนื้อ น้ำตา..&#8221; อีกกี่ชาติ ก็เปลี่ยนความจริงนี้ไม่ได้หรอก)</p>
<p>น่าสมเพช พวกไม่ยอมรับความจริง พวก&#8221;ปลงไม่ตก&#8221; อยากได้ของคนอื่น ให้ได้</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/88/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=88&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/28/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>รายงาน : มรดกโลก ‘พระวิหาร’ บนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลไทยต้องเสนอให้ UNESSCO ทบทวน</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/24/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/24/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 04:50:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Archaeo politics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง 
แล้วกรณี ‘ปราสาทพระวิหาร’ ก็กลับมากระเพื่อมบนหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการมรดกโลกให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่  16 มิ.ย. ที่ผ่านมา
จุดยืนของรัฐบาลไทยต่อความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้สะท้อนออกมาผ่านการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ว่า ต้องการให้ UNESSCO ทราบว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่นั้นขัดกับระเบียบปฏิบัติและธรรมนูญของ UNESSCO  จึงจะขอให้ทบทวน เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดความสูญเสียแล้ว และยิ่งจะกระทบความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งการขึ้นทะเบียนร่วมกันจะดีที่สุด โดยจะให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะผู้แทนไทย เดินทางไปชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายนนี้ ที่เมืองเซบีย่า ประเทศสเปน ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือคัดค้านคือเรื่องการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกในการประชุมที่ควิเบกไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้องในประเด็นมาตรา 11 (3) ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และข้อบัญญัติที่ 103, 104, 108 ของ Operational Guidelines for the Implementation of the World Heritage Convention ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากความเห็นของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=84&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><strong>ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง </strong></p>
<p>แล้วกรณี ‘ปราสาทพระวิหาร’ ก็กลับมากระเพื่อมบนหน้าสื่ออีกครั้ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการมรดกโลกให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่  16 มิ.ย. ที่ผ่านมา</p>
<p>จุดยืนของรัฐบาลไทยต่อความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้สะท้อนออกมาผ่านการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ว่า ต้องการให้ UNESSCO ทราบว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่นั้นขัดกับระเบียบปฏิบัติและธรรมนูญของ UNESSCO  จึงจะขอให้ทบทวน เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดความสูญเสียแล้ว และยิ่งจะกระทบความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งการขึ้นทะเบียนร่วมกันจะดีที่สุด โดยจะให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะผู้แทนไทย เดินทางไปชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายนนี้ ที่เมืองเซบีย่า ประเทศสเปน ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือคัดค้านคือเรื่องการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกในการประชุมที่ควิเบกไม่สมบูรณ์และไม่ถูกต้องในประเด็นมาตรา 11 (3) ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และข้อบัญญัติที่ 103, 104, 108 ของ Operational Guidelines for the Implementation of the World Heritage Convention ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากความเห็นของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p>
<p><span id="more-84"></span></p>
<p>นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า อยากเห็นพื้นที่สงบ ประชาชน 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยได้พูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้ว และเชื่อว่าจะสามารถอธิบายกับกัมพูชาได้ จะไม่เกิดการปะทะกันขึ้นอีก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันดีว่าความเป็นจริงในสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน มันยังไม่แน่นักว่ารูปการณ์จะเป็นไปดังที่นายกรัฐมนตรีคาดหวัง</p>
<p>ความตึงเครียดตามแนวตะเข็บชายแดนไทย – กัมพูชา ได้ยกระดับขึ้นอย่างมากในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช หลังจากนายนพดล ปัทมะ ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพื่อรับรองการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งต่อมาจึงถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง เขาถูกโจมตีอย่างหนักโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยความรู้สึกชาตินิยมในช่วงเดียวกับที่ทางกัมพูชาเองก็กำลังมีการเลือกตั้งใหญ่ซึ่งความรู้สึกชาตินิยมก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการได้มาซึ่งการกุมอำนาจทางการเมืองเช่นกัน</p>
<p>ในสถานการณ์ดังกล่าว UNESSCO ถูกดึงเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการตอกย้ำความสำเร็จหรือล้มเหลวทางการเมืองของรัฐบาล และเมื่อผลการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ปี 2551 ที่ควิเบก ประเทศแคนนาดา ประกาศขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกเฉพาะตัวปราสาท แผลเก่าจากความรู้สึกได้/เสียอธิปไตยเหนือดินแดนปราสาทพระวิหารจึงถูกเปิดอีกครั้ง และได้แบ่งคนของ 2 ประเทศออกจากกันอย่างชัดเจน</p>
<p>ทั้งนี้ อธิปไตยเหนือดินแดนเขาพระวิหารเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทย – กัมพูชามาตั้งแต่ปี 2501 ต่อมา วันที่ 6 ต.ค. 2502 รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลกขอให้วินิจฉัยให้ราชอาณาจักรไทยถอนกำลังหรืออาวุธออกจากบริเวณเขาพระวิหาร และขอให้ศาลชี้ขาดว่าอธิปไตยเหนือเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา จนกระทั่งวันที่ 15 มิถุนายน 2505  ศาลโลกได้ตัดสินให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 อย่างไรก็ตาม การตัดสินคดีครั้งนี้ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องอาณาเขตทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา และยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังต่อมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>แต่ช่วงเวลาแห่งความคลุมเครือที่ผ่านมาทั้ง สองประเทศจัดการบริหารพื้นที่ร่วมกันอย่างอลุ่มอล่วยทำให้เศรษฐกิจของสองพรมแดนเติบโตขึ้น ในขณะเดียวกันผู้คนที่ข้ามฝั่งไปมาตามพรมแดนประเทศยังเป็นทั้งเครือญาติทางสายเลือดและทางวัฒนธรรม แต่รูปการณ์ได้เปลี่ยนไปเมื่อการเป็นมรดกโลกเฉพาะจุดของพระวิหารแฝงนัยยะของการตัดสินการเป็นเจ้าของดินแดนบริเวณนั้นในขณะที่ปัญหาเส้นแดนยังตกลงกันไม่ได้ สถานการณ์จึงพัฒนาเข้าสู่ระดับการเผชิญหน้าอย่างรวดเร็ว มีการปะทะกันหลายครั้งทำให้เกิดความตึงเครียด ความหวาดระแวงและหวาดกลัว เศรษฐกิจที่เคยเฟื่องฟูกลับทรุดลงอย่างน่าวิตก และที่น่าสลดใจยิ่งไปกว่านั้นคือเกิดการสูญเสียชีวิตไปแล้ว</p>
<p>ดังนั้น จึงน่าสนใจว่าในการประชุมสมัยสามัญของคณะกรรมการมรดกโลกที่กำลังจะมีขึ้นอีกครั้งที่เมืองเซบีย่า ประเทศสเปน ครั้งนี้จะมีการทบทวนการตัดสินใจในกรณีปราสาทพระวิหารใหม่หรือไม่ เพราะคงไม่อาจปฏฺเสธได้ว่าความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงเรื่อยๆระหว่างไทย &#8211; กัมพูชา เป็นผลกระทบโดยตรงจากการตัดสินใจภายใต้ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขของ UNESSCO และที่สำคัญคือยังมีข้อน่ากังขาอยู่ไม่น้อยถึงความรีบเร่งการพิจารณา</p>
<p>แน่นอนว่าทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันในเรื่องความเหมาะสมอย่างยิ่งของปราสาทพระวิหารในการเป็นมรดกโลก แต่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเฉพาะตัวปราสาทนั้นยังเป็นคำถามที่ค้างคาในใจนักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี เพราะมันสะท้อนภาพลักษณ์อันความแหว่งวิ่นของประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ความเป็นมรดกโลกของปราสาทพระวิหารอาจถูกลดทอนเหลือเพียงความเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความวิจิตรงดงามทางเชิงช่าง แต่มันไม่อาจเชื่อมร้อยเข้ากับบริบทอื่นๆในพื้นที่ได้เลย</p>
<p>ในการบรรยายทางวิชาการของ รศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2551 โครงการสนทนาวันศุกร์ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้ได้เห็นการสูญเสียความหมายเหล่านั้น เขายังได้สะท้อนสภาพทางการเมืองของฝ่ายไทยก่อนการพิจารณาการเป็นมรดกโลกของปราสาทพระวิหารรวมถึงประเด็นสำคัญทางวิชาการที่ทำให้มองเห็นบริบทที่เชื่อมโยงกันระหว่างคน พื้นที่ เวลา และประวัติศาสตร์ แต่ทั้ง UNESSCO และรัฐบาลไทยเองกลับไม่ใส่ใจในข้อมูลนี้มากนัก</p>
<p>รศ.ดร.ศักดิ์ชัย ได้ทำการสำรวจทางโบราณคดีหลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ไครซ์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ โดยกระทรวงต่างประเทศในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มอบหมายให้ทำข้อมูลเพื่อใช้เป็นข้อแย้งตามเงื่อนไขที่ต้องการให้กัมพูชาเจรจากับไทยเรื่องความทับซ้อนในพื้นที่เขาพระวิหารเพราะทางกัมพูชาได้ขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว ทำให้ทางกัมพูชาต้องการหลักฐานว่าไทยรับรองต่อการร้องขอดังกล่าว เขากล่าวว่าเมื่อการสำรวจเสร็จสิ้นข้อมูลนี้ไม่มีการเผยแพร่เพราะติดระเบียบราชการ แต่ฝ่ายวิชาการได้นำเสนอข้อมูลนี้ต่อทางกระทรวงต่างประเทศในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช แล้วและได้รับการยืนยันจากทางกระทรวงว่าเป็นข้อมูลที่ดี แต่ไม่ต้องรีบนำเสนอ รอให้ผ่านการประชุมมรดกโลกที่ ควิเบก แคนาดา ไปแล้วจึงค่อยนำเสนอ และอีก 2 ปี จึงค่อยนำข้อมูลนี้มาใช้</p>
<p>ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจสายเกินไปแล้ว&#8230;</p>
<p>หลังผ่านการประชุมที่ควิเบก ข้อมูลดังกล่าวจึงได้ออกสู่สาธารณะ และให้เห็นข้อสังเกตที่น่าสนใจว่าแท้จริงแล้วในกระบวนการพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเฉพาะปราสาทพระวิหารครั้งนั้น ICOMOS สากล (องค์กรที่ปรึกษาทางวิชาการของ UNESSCO) อาจทำการเบี่ยงประเด็นทางวิชาการและใช้คำที่ไม่เป็นกลางที่เป็นประโยชน์แก่ทางกัมพูชา</p>
<p>รศ.ดร.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า หลักฐานสำคัญที่กัมพูชาใช้ในการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก คือการระบุว่ามีชุมชนดั้งเดิมในเขตประเทศกัมพูชาเคยใช้ปราสาทพระวิหารเปรียบเสมือนศูนย์กลางจักรวาล (แบบโบราณ) แต่เมื่อวิเคราะห์จากหลักฐานที่พบในชุมชนที่กัมพูชากล่าวอ้างแล้ว พบว่า ชุมชนดังกล่าวเป็นชุมชนในสมัยบายน (มีอายุในพุทธศตวรรษที่ 18 นับถือศาสนาพุทธ นิกายมหายาน) ในขณะที่ปราสาทพระวิหารสร้างขึ้นก่อนหน้านั้น คือมีอายุในสมัยปาปวน ( ราวพุทธศตวรรษที่ 16 หรือก่อนหน้านั้นประมาณ 200 ปี) และที่สำคัญปราสาทพระวิหารเป็นศานสถานที่สร้างในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ไม่ใช่พุทธศาสนา นิกายมหายาน</p>
<p>นอกจากนี้ หลักฐานด้านจารึกยังระบุว่า พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ได้มาปกครองบริเวณนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ของกลุ่มคนผิวดำที่เคยก่อกบฎบ่อยๆ เป็นดินแดนนอกเขตพระนครจึงได้สร้างศาสนสถานไว้เพื่อสร้างความภักดีแต่ปกครองได้เพียงรุ่นเดียว</p>
<p><strong>“หลักฐานที่พบ (ที่ปราสาทพระวิหาร) ล้วนเกี่ยวข้องกับไศวนิกาย เป็นการสร้างศาสนสถานเพื่ออ้างอิงถึงเขาพระสุเมรุหรือเขาไกรลาสที่อยู่ของพระศิวะที่สัมพันธ์กับศาสนาฮินดู” </strong>เขากล่าว</p>
<p>รศ.ดร.ศักดิ์ชัย กล่าวต่อไปว่า ในรายงานของ ICOMOS สากล (ที่ยื่นให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณา) ระบุว่า ชุมชนในกัมพูชา (สมัยบายน) ใช้เขาพระวิหารเป็นศูนย์กลางจักรวาลและใช้สระน้ำจากเขาพระวิหาร ถ้ามองจากชุมชนนี้ไปทางเขาพระวิหารจะมองเห็นเป็นห้ายอดเหมือนเขาพระสุเมรุ แต่แท้จริงแล้วโบราณสถานที่พบบริเวณชุมชนที่อ้างถึงนอกจากสร้างในสมัยบายนซึ่งสร้างในสมัยหลังแล้วยังพบเพียงอโรคยาศาล (ศาลบนบานรักษาโรคตามจุดห่างไกลในสมัยบายน) ซึ่งสันนิษฐานว่าพื้นที่นี้อาจจะเป็นป่ามาก่อน</p>
<p><strong>“หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ของเขาพระวิหารกับชุมชนโบราณ จากการสำรวจพบศิวลึงค์บนลานหินและมีลำห้วยเล็กๆที่เส้นแบ่งดินแดนชั่วคราวในปัจจุบัน เมื่อมองจากศิวลึงค์ไปจะเห็นยอดปราสาท ในสมัยโบราณจะมีสายน้ำที่ไหลจากปราสาทมาผ่านศิวลึงค์ เป็นสายน้ำศักดิ์สิทธิ์เหมือนที่พนมกุเลนต้นน้ำเสียมเรียบ (กบาลสเปรียญ มีศิวลึงค์เล็กๆมากมายในลำธาร) มีภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์มากมายในสายน้ำ เป็นสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่พิธีกรรมสรงน้ำตามธรรมชาติแล้วและไหลไปยังเมืองพระนคร</strong></p>
<p><strong>ส่วนน้ำจากเขาพระวิหารนั้นจะไหลไปลงที่สระตราวซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับศาสนสถานและชุมชนที่อยู่รอบๆ หรือชุมชนที่อยู่เบื้องล่าง (พบหลักฐานบนพื้นที่ราบฝั่งไทยมีชุมชน) สายน้ำที่ผ่านศิวลึงค์คือพิธีกรรมทางศาสนาตามธรรมชาติ สายน้ำคือตัวที่กำหนดได้ว่าผู้ใช้สายน้ำศักดิ์สิทธิ์คือชุมชนที่สายน้ำไปถึง</strong><strong>”</strong></p>
<p>รศ.ดร.ศักดิ์ชัย ยังชี้ให้เห็นว่า จากการศึกษาภาพถ่ายทางอากาศทำให้เห็นสายน้ำจากสระตราวไหลไปรวมกันที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบันเรียกโนนหนองกะเจาและบริเวณใกล้เคียงซึ่งอยู่ในฝั่งไทย และจากการสำรวจทางโบราณคดีพบว่ามีชุมชนอยู่รอบๆ บริเวณนั้น มีหลักฐานที่พบคือเครื่องถ้วยเป็นแบบเขมรที่มีอายุร่วมสมัยกับปราสาทพระวิหาร</p>
<p>ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับบันไดทางขึ้นซึ่งอยู่ด้านเหนือนั้น การวางตัวของสันเขาดูสอดคล้องกับชุมชนที่อยู่เบื้องล่างที่ต้องเดินทางขึ้นไปทำพิธีกรรมจากทางด้านหลักนี้ เนื่องจากแนวคิดการสร้างศาสนสถานบนยอดเขาทางเดินจะมีเสานางเรียง และยกระดับเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีโคปุระ มีสะพานนาค แสดงให้เห็นถึงแนวความคิดในการก่อสร้างว่าเป็นสะพานสายรุ้งที่ทอดผ่านจากโลกมนุษย์ไปสู่สวรรค์หรือยอดเขาพระสุเมรุ ดังนั้น ทางขึ้นด้านหน้าจึงเป็นทางหลักที่แสดงให้เห็นถึงการใช้เส้นทางของชุมชน</p>
<p><strong>“ในจารึกกล่าวถึงชุมชนที่อยู่ที่ราบตามเชิงเขา ที่ว่ามีเส้นทางขึ้นทางด้านอื่นๆ เช่น ทิศตะวันออก (ขึ้นมาจากเขมรต่ำ) ก็อาจเป็นไปได้ คงใช้สำหรับพวกพราหมณ์หรือข้าทาสที่ขนของสำหรับทำนุบำรุงศาสนสถานหรือใช้สำหรับทำพิธีกรรม หรืออาจจะเป็นเส้นทางที่ตัดใหม่ขึ้นในสมัยหลังสำหรับผู้ขึ้นมาทำพิธีกรรม แต่เส้นทางที่สำคัญคือทางขึ้นด้านหน้าที่ถูกต้องตามประเพณีในกรณีที่มีพิธีกรรมทางศาสนา”</strong> รศ.ดร.ศักดิ์ชัยกล่าว</p>
<p>จากนั้นเขายังได้ตั้งข้อสังเกตว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเฉพาะส่วนตัวปราสาทจะทำให้ขาดองค์ประกอบสำคัญคือ ‘คน’ ที่เป็น ‘ผู้สร้าง’ และ ‘ผู้ใช้’ ศาสนสถานนี้ และทำให้ไม่ครบตามหลักเกณฑ์การเป็นมรดกโลกของ UNESSCO เรื่องความเป็นของแท้ดั้งเดิม อีกทั้งการขึ้นทะเบียนเฉพาะปราสาทเท่ากับตัดขาดระหว่างศาสนสถานกับผู้ใช้ที่อยู่ข้างล่างออก เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นและไม่ใช้ข้อมูลวิชาการ</p>
<p>รศ.ดร.ศักดิ์ชัย เห็นว่า การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกร่วมกันอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการมองพื้นที่ทั้งบริบท (แม้เป้าหมายจะลงท้ายแบบเดียวกับแนวทางของนายกรัฐมนตรี แต่เงื่อนไขต่างกัน)</p>
<p>ถึงวันนี้ข้อมูลที่ รศ.ดร.ศักดิ์ชัย เคยนำเสนอยังไม่ถูกให้น้ำนักมากนัก ซึ่งการมองข้ามบริบทอื่นๆโดยเน้นไปที่เรื่องดินแดนและความมั่นคงอย่างเดียวเคยเป็นบทเรียนราคาแพงที่เกิดขึ้นหลายครั้งของสังคมไทย และไม่แตกต่างอะไรนักกับกรณีปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งกว่าจะเริ่มหันมามองบริบทของ คน ความเชื่อ พื้นที่ และประวัติศาสตร์ สถานการณ์ก็ดูจะบานปลายไปเรื่อยๆ</p>
<p>การนิ่งเฉยต่อองค์ความรู้และยอมรับการบิดเบือนทางวิชาการอาจทำให้เกิดความสับสนและกลายเป็นความขัดแย้งใหญ่โตของคนรุ่นหลังเพราะเขาอาจถูกแต่งเติมภาพในอดีตภายใต้อารมณ์ความรู้สึกของความเป็นชาตินิยมที่หล่อเลี้ยงด้วยความเชื่อมากกว่าเหตุผล คงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งหากองค์กรสากลพูดเรื่องคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติอย่าง UNESSCO เองก็ดูจะเหมือนเมินเฉยและไม่ได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาแบบนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งที่กรณีพิพาทของไทย – กัมพูชา ที่รุนแรงขึ้นได้สะท้อนผลงานของประวัติศาสตร์ชาตินิยมออกมาแล้ว ปรากฏการณ์แบบนี้ยังคงเกิดขึ้นซ้ำรอยได้อีกเสมอหากประวัติศาสตร์ยังคงถูกแต่งแต้มและยอมรับอย่างสากล ประวัติศาสตร์จะกลายเป็นเครื่องมือของผู้แสวงหาอำนาจต่อไปเช่นเดิมซึ่งนั่นคงไม่ใช่คุณค่าสำหรับมวลมนุษยชาติที่แท้จริงอันเป็นเป้าหมายขององค์กรอย่าง UNESSCO เลย  </p>
<p>ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่กำลังจะมีขึ้นอีกครั้งที่ประเทศสเปนในระยะเวลาอันใกล้นี้ นอกจากรัฐบาลไทยจะยื่นคัดค้านการเป็นมรดกโลกด้วยเหตุผลของการสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศแล้ว อาจยังต้องทำหน้าที่ตรวจสอบทางวิชาการในกระบวนการพิจารณาการเป็นมรดกโลกอย่างจริงจังด้วย เพราะนั่นอาจเป็นเข็มทิศสำคัญที่นำไปสู่ทางออกของกรณีปราสาทพระวิหาร และไทย – กัมพูชา ว่าควรจะจบอย่างลงตัวได้อย่างไร</p>
<p> </p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="568" valign="top"><strong>อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม</strong><strong> </strong>มาตรา 11(3) การพิจารณาบรรจุทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สินที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติ ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อมรดกโลก จะต้องได้รับความยินยอมจากรัฐภาคีที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สินที่จะพิจารณาบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อมรดกโลก มีที่ตั้งอยู่ ในอาณาเขต หรืออำนาจอธิปไตยหรือเขตอำนาจศาลมากกว่าหนึ่งรัฐ จะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดการโต้แย้งจากรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เผยแพร่ครั้งแรกใน <a href="http://www.prachatai.com/">www.prachatai.com</a> 19 มิถุนายน 2552</p>
<p><strong> </strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/84/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/84/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/84/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/84/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/84/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/84/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/84/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/84/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/84/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/84/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=84&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/24/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81-%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ฝันร้าย ‘สัมปทานโรงโม่’ ทับแหล่งโบราณคดีกระบี่</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/08/%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e2%80%98%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%88%e2%80%99/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/08/%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e2%80%98%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%88%e2%80%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2009 08:30:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Archaeo politics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=77</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวาน (8 มิ.ย.52) รายการเปิดปม สถานี TPBS นำเรื่อง สัมปทานโรงโม่ทับแหล่งโบราณคดี มาออกอากาศ สุดท้ายเรื่องที่กังวลก็เกิดอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก&#8230;.ประเทศนี้ไม่สนใจประวัติศาสตร์ ไม่สนใจชีวิตคนร่วมประวัติศาสตร์ และไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเงินที่เข้ากระเป๋าคนไม่กี่คน  
 ปัจจุบันโรงโม่ยังดำเนินการระเบิดภูเขาซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดี ‘เขาหน้าวังหมี’ ในจังหวัดกระบี่ โดยไม่สนคำคัดค้านจากกรมศิลปากรที่ฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกทำลายโบราณสถาน ตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดยกหลักฐานอย่างหน้าด้านว่าในหนังสือของกรมศิลปากรบอกเพียงว่า จากการสำรวจขุดพบ ‘วัตถุสิ่งของ’ ไม่ใช่ ‘โบราณวัตถุ’ และของที่พบต้องส่งไปตรวจด้วยวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ ระหว่างนั้นสามารถดำเนินการระเบิดไปพลางได้ ซึ่งนี่อาจเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของคนทำงานโบราณคดีที่ถูก ‘ภาษาทางกฎหมาย’ ยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ ต่อไปในอนาคตการเลือกใช้ภาษาเพื่อสื่อสารอาจต้องจำเพาะเจาะจงขึ้นเพื่อป้องกันคนหน้าด้านเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ 
ผมลองย้อนไปหาข้อมูลเก่าๆ พบข่าวในหนังสือพิมพ์ข่าวสดที่เปิดข้อมูลทางโบราณคดีออกมาอย่างชัดเจน แต่โรงงานก็ไม่ได้สนใจจะอ้างถึง
 



 &#8220;กระบี่&#8221;สั่งทบทวนสัมปทานโร่งโม่ สำรวจ&#8221;เขาหน้าวังหมี&#8221;พบกระดูกมนุษย์โบราณ  
กระบี่ &#8211; เมื่อเร็วๆ นี้ นายเขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี และคณะเดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณเทือกเขาหน้าวังหมี หมู่ 2 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการสัมปทานระเบิดย่อยหิน ซึ่งถูกคัดค้านจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อแหล่งต้นน้ำของห้วยน้ำแดง ซึ่งเป็นแหล่งการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ และบริเวณปากถ้ำยังเป็นที่ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณและขวานหินโบราณ รวมถึงกำไล หม้อสามขา และวัตถุโบราณอีกหลายชิ้น ซึ่งอายุของวัตถุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี  
โดยการเดินทางเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทที่ได้รับสัมปทานระเบิดย่อยหินร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ได้ขออนุญาตระเบิดย่อยหินบริเวณเขาหน้าวังหมีแล้ว จึงนำเรื่องที่บริษัทร้องขอความเป็นธรรมมาพิจารณาร่วมกับผลการสำรวจของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=77&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เมื่อวาน (8 มิ.ย.52) รายการเปิดปม สถานี TPBS นำเรื่อง <strong>สัมปทานโรงโม่ทับแหล่งโบราณคดี </strong>มาออกอากาศ สุดท้ายเรื่องที่กังวลก็เกิดอย่างซ้ำแล้วซ้ำอีก&#8230;.ประเทศนี้ไม่สนใจประวัติศาสตร์ ไม่สนใจชีวิตคนร่วมประวัติศาสตร์ และไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเงินที่เข้ากระเป๋าคนไม่กี่คน <span id="more-77"></span><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong>ปัจจุบันโรงโม่ยังดำเนินการระเบิดภูเขาซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดี ‘เขาหน้าวังหมี’ ในจังหวัดกระบี่ โดยไม่สนคำคัดค้านจากกรมศิลปากรที่ฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกทำลายโบราณสถาน ตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดยกหลักฐานอย่างหน้าด้านว่าในหนังสือของกรมศิลปากรบอกเพียงว่า จากการสำรวจขุดพบ ‘วัตถุสิ่งของ’ <strong>ไม่ใช่ ‘โบราณวัตถุ’ </strong>และของที่พบต้องส่งไปตรวจด้วยวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ ระหว่างนั้นสามารถดำเนินการระเบิดไปพลางได้ ซึ่งนี่อาจเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของคนทำงานโบราณคดีที่ถูก ‘ภาษาทางกฎหมาย’ ยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ ต่อไปในอนาคตการเลือกใช้ภาษาเพื่อสื่อสารอาจต้องจำเพาะเจาะจงขึ้นเพื่อป้องกันคนหน้าด้านเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ<strong> </strong></p>
<p>ผมลองย้อนไปหาข้อมูลเก่าๆ พบข่าวในหนังสือพิมพ์ข่าวสดที่เปิดข้อมูลทางโบราณคดีออกมาอย่างชัดเจน แต่โรงงานก็ไม่ได้สนใจจะอ้างถึง</p>
<p> </p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="568" valign="top"><strong> </strong><strong>&#8220;กระบี่&#8221;สั่งทบทวนสัมปทานโร่งโม่ สำรวจ&#8221;เขาหน้าวังหมี&#8221;พบกระดูกมนุษย์โบราณ</strong><strong> </strong> </p>
<p>กระบี่ &#8211; เมื่อเร็วๆ นี้ นายเขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี และคณะเดินทางเข้าตรวจสอบบริเวณเทือกเขาหน้าวังหมี หมู่ 2 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการสัมปทานระเบิดย่อยหิน ซึ่งถูกคัดค้านจากสภาวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อแหล่งต้นน้ำของห้วยน้ำแดง ซึ่งเป็นแหล่งการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ และ<strong>บริเวณปากถ้ำยังเป็นที่ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณและขวานหินโบราณ รวมถึงกำไล หม้อสามขา และวัตถุโบราณอีกหลายชิ้น ซึ่งอายุของวัตถุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี </strong> </p>
<p>โดยการเดินทางเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทที่ได้รับสัมปทานระเบิดย่อยหินร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ได้ขออนุญาตระเบิดย่อยหินบริเวณเขาหน้าวังหมีแล้ว จึงนำเรื่องที่บริษัทร้องขอความเป็นธรรมมาพิจารณาร่วมกับผลการสำรวจของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 15 จ.ภูเก็ต เพื่อประเมินถึงศักยภาพและจุดเด่นของเขาหน้าวังหมี ก่อนนำกลับไปหารือและทบทวนอีกครั้งในการตัดสินใจหยุดให้สัมปทานระเบิดย่อยหินหรือไม่ </p>
<p>นายเขมชาติกล่าวอีกว่า จากการสำรวจพบหลักฐานเป็นเครื่องปั้นดินเผา ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์จำพวกหอย ซึ่งต้องประเมินในส่วนของกายภาพอีกครั้ง โดยเบื้องต้นพบว่าบริเวณที่มีการสำรวจมีถ้ำอีกหลายจุด มีร่องน้ำ มีแนวคลอง ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีตเป็นที่ตั้งของมนุษยชาติ ทั้งนี้ สำนักโบราณคดีจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แม้ว่าจะให้สัมปทานระเบิดย่อยหินไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อพบหลักฐานใหม่ก็ควรต้องมีการทบทวนอีกครั้ง ซึ่งการทบทวนจะเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ระดับคณะกรรมการดำเนินการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม <strong>ขณะนี้ได้สั่งให้หยุดกระทำการใดๆ กับพื้นที่แล้ว เนื่องจากเกิดความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งหากปล่อยให้มีการระเบิดย่อยหินอยู่ เชื่อว่าจะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน</strong><strong> </strong></p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเดินทางสำรวจพบว่าบริเวณปากถ้ำที่เทือกเขาหน้าวังหมี บริษัทที่ได้รับสัมปทานได้ขุดทำลายและนำดินเข้าไปถมเพื่อปิดปากถ้ำ ซึ่งทางสำนักโบราณคดีได้สั่งให้งดกระทำการใดๆ แล้วจนกว่าจะมีผลการทบทวนออกมา </p>
<p>(คอลัมน์:ภูมิภาค)</p>
<p>  </p>
<p>ข่าวสด  </p>
<p>9 พ.ย. 2549  </p>
<p> </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p> จำได้ว่าต้นปี 2550 ผมเคยเขียน <strong>‘ความห่วงใยจากคนโบราณคดีถึง ‘แหล่งโบราณคดีถ้ำหลังโรงเรียน’</strong> เมื่อเพื่อนคนหนึ่งโทรมาบอกว่า ภูเขาเทือกเดียวกับ ‘แหล่งโบราณคดีถ้ำหลังโรงเรียน‘ กำลังถูกบริษัทเอกชนขอสัมปทานระเบิด ตอนนั้นผมกังวลว่าข้อมูลทางโบราณดคีจะไปเอื้อต่อทุนคือให้มีการขุดแล้วก็เซ็นอนุมัติไป แต่คราวนี้ผิดคาด คือไม่เซ็นอนุมัติ แต่กระนั้นประเทศนี้ก็สามารถปล่อยให้แหล่งโบราณคดีของโลกถูกรุกรานได้ หรือแม้เป็นเขาคนละเทือกแต่เป็นที่รู้กันดีว่าจังหวัดกระบี่เป็นแหล่งอารยธรรมที่สันนิษฐานกันว่าอาจเป็น ‘ประตูสู่สุวรณภูมิ’ เมื่อครั้งอดีตกาลที่กำลังมีการศึกษาอย่างจริงจัง </p>
<p>อาภรณ์ อุกฤษณ์ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลการวิเคราะห็โบราณวัตถุที่พบในถ้ำหลังโรงเรียนครั้งล่าด้วยวิธีการใช้เครื่องมือทดสอบ คาร์บอน 14 โดย ศาสตราจารย์ ดร.ดั๊กลาส ดี. แอนเดอร์สัน พบว่า อายุประมาณ 43,000 ปี (อาจจะมากกว่านั้นแต่เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ วัดได้แค่นั้น) ขณะเดียวกันที่คลองท่อมเองก็ขุดค้นพบลูกปัดมากมาย หากตามรอยลูกปัดไปแล้วจะเห็นความสัมพันธ์กับอินเดียมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว </p>
<p>ผมคงไม่หวังอะไรมาก แต่บางทีอาจถึงเวลาแล้วเหมือนกันที่คนโบราณคดีต้องออกมาเทคแอคชั่นต่อสังคมบ้าง เสาหลักทางวิชาการโบราณคดีอย่างคณะโบราณคดี ไม่ว่าอาจารย์หรือนักศึกษาคงต้องตอบคำถามอย่างมีน้ำหนักให้สังคมเสียทีว่าหากเราเสียแหล่งโบราณคดีหน้าวังหมีไปแล้วมันหมายุถึงอะไร</p>
<p>อย่าให้เหมือนกรณีเขาพระวิหารที่กว่าจะออกมาบอก ‘คำตอบ’ สำคัญทั้งทีมันก็&#8230;สายไปเสียแล้ว </p>
<p><strong>ขุนพลน้อย</strong><strong></strong></p>
<p><strong>8 มิ.ย. 52</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/77/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/77/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/77/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/77/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/77/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/77/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/77/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/77/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/77/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/77/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=77&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2009/06/08/%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e2%80%98%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%88%e2%80%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>‘พาราลิมปิก’ โลกกีฬาในสังคมที่พิการ</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2008/09/19/%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e2%80%99-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2008/09/19/%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e2%80%99-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2008 02:30:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo ไร้สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[คนพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[พาราลิมปิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=72</guid>
		<description><![CDATA[19 กันยายน 2551
 
“ผมรู้สึกภูมิใจยิ่งที่สามารถคว้าเหรียญทอง สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย แต่ก็แอบน้อยใจบ้างที่เงินอัดฉีดของพวกเราจากรัฐบาลน้อยกว่าคนปกติ นี่ถ้าได้สักครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็คงดี”
       
“อย่างไรก็ตาม ผมขอรับใช้ชาติต่อไปใน ลอนดอนเกมส์ 2012 ซึ่งคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังกลับถึงเมืองไทยผมจะเดินทางไปแก้บน 3 ที่ ได้แก่ กรมหลวงชุมพร, ดอนเมือง และสระแก้ว ส่วนโครงการใช้เงินตอนนี้ผมยังไม่มีแผนทำอะไรเป็นพิเศษ ขอเก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาแก่ลูกๆ ทั้งสามคน” 
 
นี่คือเสียงของ ประวัติ วะโฮรัมย์ เหรียญทองหนึ่งเดียวของไทย ในกีฬา ‘พาราลิมปิกเกมส์ 2008’ หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงดึกวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2551 
 
แม้ว่าจะมีการต้อนรับอย่างอบอุ่นแต่ความเป็นคนที่ไม่เท่าเทียมกันยังคงเป็นภาพที่ฉายสะท้อนมาอย่างเด่นชัดมองเห็นได้ในสังคมที่ดูพิการแบบบ้านเรา
 
ผมนึกไม่ออกว่าทำไมคนที่เรายกเป็นฮีโร่ทางการกีฬาระหว่างคนปกติกับคนพิการจึงต้องได้ค่าตอบแทนไม่เท่าเทียมกัน บางทีนึกไปอีกว่าสำหรับกีฬาอย่างพาราลิมปิกแล้ว รัฐหรือแม้แต่คนในสังคมเองมองแค่การส่งเสริมให้มีผ่านๆไปแต่ละทีเท่านั้น เป็นมนุษยธรรมที่ดูโรยหน้าราวผักชี ในขณะที่ประเทศจีนซึ่งถูกโจมตีเรื่องมนุษยชนอย่างหนักหน่วงตลอดมา แต่สำหรับกีฬาคนพิการความสำเร็จเกิดจากการใช้ความทุ่มเทและให้ความสำคัญต่อตัวนักกีฬาอย่างชัดเจนจึงมีการเก็บตัวฝึกซ้อมกันถึง 2 ปี แต่สำหรับไทยทำกันเพียงแค่ 3 เดือน  
 
สุดท้ายแล้วชัยชนะยังคงเป็นที่สิ่งที่เรายึดถือ เรายังมองไม่เห็นคนอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่ทีมงานต่างๆที่ช่วยกันปั้นนักกีฬาสักคนจนประสบความสำเร็จขึ้นมา หรือคนไม่ได้เหรียญอะไรเลยทั้งกีฬาคนปกติและกีฬาคนพิการเราก็มองไม่เห็นและไม่เจือกำลังใจไปคิดถึงและมอบให้
 
เงินรางวัลอาจเป็นสิ่งที่สร้างแรงใจนักกีฬาก็จริง แต่สำหรับตัวนักกีฬาความภูมิใจที่คนอื่นๆร่วมยินดีด้วยอาจเป็นรางวัลที่ภูมิใจเช่นกัน สำหรับ ‘ประวัติ’ หรือนักกีฬาพิการคนอื่นๆคงไม่ได้น้อยใจแค่เรื่องเงินรางวัลแน่ๆ แต่ความรู้สึกร่วมยินดีมันก็ช่างแตกต่างกับบรรยากาศโอลิมปิกอย่างสิ้นเชิง 
 
อาจเป็นเพราะกีฬาต่างๆในพาราลิมปิก คนธรรมดาปกติร่วมเล่นไม่ได้จึงไม่มีอารมณ์ร่วม แต่หากลองตั้งใจดูเกมส์แข่งขันแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=72&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">19 <span lang="TH">กันยายน </span>2551</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ผมรู้สึกภูมิใจยิ่งที่สามารถคว้าเหรียญทอง สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย แต่ก็แอบน้อยใจบ้างที่เงินอัดฉีดของพวกเราจากรัฐบาลน้อยกว่าคนปกติ นี่ถ้าได้สักครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็คงดี</span>”</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span>       </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">อย่างไรก็ตาม ผมขอรับใช้ชาติต่อไปใน ลอนดอนเกมส์ </span>2012<span lang="TH"> ซึ่งคงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังกลับถึงเมืองไทยผมจะเดินทางไปแก้บน </span>3<span lang="TH"> ที่ ได้แก่ กรมหลวงชุมพร</span>, <span lang="TH">ดอนเมือง และสระแก้ว ส่วนโครงการใช้เงินตอนนี้ผมยังไม่มีแผนทำอะไรเป็นพิเศษ ขอเก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาแก่ลูกๆ ทั้งสามคน</span>” </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นี่คือเสียงของ ประวัติ วะโฮรัมย์ เหรียญทองหนึ่งเดียวของไทย ในกีฬา </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">พาราลิมปิกเกมส์ </span>2008’ <span lang="TH">หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงดึกวันพฤหัสบดีที่ </span>18<span lang="TH"> กันยายน </span>2551 </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แม้ว่าจะมีการต้อนรับอย่างอบอุ่นแต่ความเป็นคนที่ไม่เท่าเทียมกันยังคงเป็นภาพที่ฉายสะท้อนมาอย่างเด่นชัดมองเห็นได้ในสังคมที่ดูพิการแบบบ้านเรา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผมนึกไม่ออกว่าทำไมคนที่เรายกเป็นฮีโร่ทางการกีฬาระหว่างคนปกติกับคนพิการจึงต้องได้ค่าตอบแทนไม่เท่าเทียมกัน บางทีนึกไปอีกว่าสำหรับกีฬาอย่างพาราลิมปิกแล้ว รัฐหรือแม้แต่คนในสังคมเองมองแค่การส่งเสริมให้มีผ่านๆไปแต่ละทีเท่านั้น เป็นมนุษยธรรมที่ดูโรยหน้าราวผักชี ในขณะที่ประเทศจีนซึ่งถูกโจมตีเรื่องมนุษยชนอย่างหนักหน่วงตลอดมา แต่สำหรับกีฬาคนพิการความสำเร็จเกิดจากการใช้ความทุ่มเทและให้ความสำคัญต่อตัวนักกีฬาอย่างชัดเจนจึงมีการเก็บตัวฝึกซ้อมกันถึง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2 <span lang="TH">ปี แต่สำหรับไทยทำกันเพียงแค่ </span>3 <span lang="TH">เดือน <span> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สุดท้ายแล้วชัยชนะยังคงเป็นที่สิ่งที่เรายึดถือ เรายังมองไม่เห็นคนอื่นๆอีกมากมาย แม้แต่ทีมงานต่างๆที่ช่วยกันปั้นนักกีฬาสักคนจนประสบความสำเร็จขึ้นมา หรือคนไม่ได้เหรียญอะไรเลยทั้งกีฬาคนปกติและกีฬาคนพิการเราก็มองไม่เห็นและไม่เจือกำลังใจไปคิดถึงและมอบให้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เงินรางวัลอาจเป็นสิ่งที่สร้างแรงใจนักกีฬาก็จริง แต่สำหรับตัวนักกีฬาความภูมิใจที่คนอื่นๆร่วมยินดีด้วยอาจเป็นรางวัลที่ภูมิใจเช่นกัน สำหรับ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ประวัติ</span>’ <span lang="TH">หรือนักกีฬาพิการคนอื่นๆคงไม่ได้น้อยใจแค่เรื่องเงินรางวัลแน่ๆ แต่ความรู้สึกร่วมยินดีมันก็ช่างแตกต่างกับบรรยากาศโอลิมปิกอย่างสิ้นเชิง </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อาจเป็นเพราะกีฬาต่างๆในพาราลิมปิก คนธรรมดาปกติร่วมเล่นไม่ได้จึงไม่มีอารมณ์ร่วม แต่หากลองตั้งใจดูเกมส์แข่งขันแล้ว ความตื่นเต้นเร้าใจมันมีไม่แพ้กันเลยทีเดียว ยิ่งหากเพียงเรามีผู้บรรยายที่เข้าใจในเกมส์ต่างๆวิเคราะห์เทคนิคลูกเล่นได้ถึงแก่นเพิ่มขึ้นอีก การชมกีฬาและมีอารมณ์ร่วมไปกับนักกีฬาคงมีขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แล้วเราจะรู้ว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">เหรียญ</span>’ <span lang="TH">เหล่านั้นไม่ได้มาได้ง่ายๆหรอก</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผู้พิการไม่ใช่เพียงผู้รอโอกาสที่สังคมไทยหยิบยื่นให้ แต่เขาสร้างและไขว่คว้ามันด้วยตัวเอง ไม่ต้องสนหรอกว่าเขาเป็นอย่างไร หากเขาทำหน้าที่ได้สมแก่ความภูมิใจในฐานะคนคนหนึ่งได้แล้ว ทำไมเขาจึงไม่สมควรได้รับสิ่งที่เท่าเทียมกันในโลกที่บอกว่ามนุษย์เกิดมาเท่ากัน <span>  </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ขุนพลน้อย<span>     </span></span></strong><strong></strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/72/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/72/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/72/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=72&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2008/09/19/%e2%80%98%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e2%80%99-%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%ac%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วัน &#8216;แม่&#8217; กับหลากเรื่องราวของแม่</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2008/08/12/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2008/08/12/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Aug 2008 03:30:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Archaeo politics]]></category>
		<category><![CDATA[12สิงหา]]></category>
		<category><![CDATA[วันแม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[12 สิงหาคม 2551
วันนี้เป็นวันที่ 12 สิงหาคม หรือวันแม่แห่งชาติ เคยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ที่หนึ่งจึงขอย้อนกลับเอาอ่านเก่าๆมาลงอีกครั้ง
 
ในวันๆเดียวกันกลับมีเรื่องราวให้เรารับรู้มากมายหลายมิติ เชื่อหรือป่าว มีเรื่องราวจะเล่าให้ฟัง  
แม่แห่งชาติ
 หากลองพลิกไปดูบนหน้าปฏิทิน คงจะสังเกตเห็นตัวเลขสีแดงมากมาย หลายวันในสีแดงนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าวันนั้นเป็นวันสำคัญ แน่นอนว่าเมื่อเห็นความยินดีคงตามมาเพราะจะได้หยุดทำงานหรือหยุดเรียนเป็นพิเศษ แต่ในเชิงคุณค่าและความหมาย เคยลองหันมาตั้งคำถามกับวันสำคัญๆเหล่านั้นว่าแท้จริงแล้วสำคัญเพียงใด…กับใคร ? วันเหล่านั้นหลายวันทีเดียวที่มักมีคำว่า ‘แห่งชาติ’ พ่วงท้าย หากมองกลับไปในคำถาม จะพบอีกว่าวันแห่งชาติเหล่านั้นมักจะวันสำคัญของใครในฐานะปัจเจกบุคคลที่มีฐานะทางสังคมวัฒนธรรมพิเศษเสียมากกว่าที่จะมีความพิเศษในทางสัมพันธ์กับสังคม  
 
พรุ่งนี้จะถึงวัน ‘แห่งชาติ’ อีกหนึ่งวัน คือ 12 สิงหาคม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น ‘วันแม่แห่งชาติ’ ในความหมายหนึ่ง คือ วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และนำคำว่า ‘แม่’ ไปพ่วงให้เป็นอีกความหมายหนึ่ง เพื่อให้กลายเป็นวัน ‘แห่งชาติ’ ที่เป็นอีกวันสำคัญหนึ่งบนปฏิทินไทย ซึ่งอาจจะเบลอความหมายกันระหว่างวัน ‘พระราชสมภพ’ ของบุคคลในสถาบันที่มีสถานะพิเศษทางสังคม กับวัน ‘แม่’ ซึ่ง ‘ความเป็นแม่’ เป็นเรื่องของการให้ความสำคัญเป็นปัจเจกบุคคลตามลักษณะสังคมวัฒนธรรม และวัน ‘แห่งชาติ’ ที่ทำให้เกิดวาระสำคัญร่วมกันไป ความหมายทางความรู้สึกทั้งทางปัจเจกบุคคล สังคมและวัฒนธรรมจึงถูกทำให้รู้สึกร่วมกันไปกับบุคคลในสถาบันที่มีสถานพิเศษทางสังคม จึงหลอมกลายเป็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมที่เรียกว่า ‘แม่ของชาติ’ 
ความจริงแล้ว ‘ความเป็นแม่’ ที่ถูกโยงความหมายเข้ากับ ‘ชาติ’ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=68&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;color:#33cccc;font-family:&quot;">12 สิงหาคม 2551</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;color:#33cccc;font-family:&quot;">วันนี้เป็นวันที่ </span><span style="color:#33cccc;"><span style="font-size:small;font-family:Times New Roman;">12 </span></span><span style="font-size:14pt;color:#33cccc;font-family:&quot;">สิงหาคม หรือวันแม่แห่งชาติ เคยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ที่หนึ่งจึงขอย้อนกลับเอาอ่านเก่าๆมาลงอีกครั้ง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;color:#33cccc;font-family:&quot;"><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ใ</span></span><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นวันๆเดียวกันกลับมีเรื่องราวให้เรารับรู้มากมายหลายมิติ เชื่อหรือป่าว มีเรื่องราวจะเล่าให้ฟัง</span><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"> </span></strong></span><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">แม่แห่งชาติ</span></strong></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><strong></strong></span><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><span style="color:#000000;"> </span></span><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><strong></strong><span style="color:#000000;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากลองพลิกไปดูบนหน้าปฏิทิน คงจะสังเกตเห็นตัวเลขสีแดงมากมาย หลายวันในสีแดงนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าวันนั้นเป็นวันสำคัญ แน่นอนว่าเมื่อเห็นความยินดีคงตามมาเพราะจะได้หยุดทำงานหรือหยุดเรียนเป็นพิเศษ แต่ในเชิงคุณค่าและความหมาย เคยลองหันมาตั้งคำถามกับวันสำคัญๆเหล่านั้นว่าแท้จริงแล้วสำคัญเพียงใด…กับใคร </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">?</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="color:#333333;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วันเหล่านั้นหลายวันทีเดียวที่มักมีคำว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">แห่งชาติ</span>’ <span lang="TH">พ่วงท้าย หากมองกลับไปในคำถาม จะพบอีกว่าวันแห่งชาติเหล่านั้นมักจะวันสำคัญของใครในฐานะปัจเจกบุคคลที่มีฐานะทางสังคมวัฒนธรรมพิเศษเสียมากกว่าที่จะมีความพิเศษในทางสัมพันธ์กับสังคม <span> <span id="more-68"></span></span></span></span></span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">พรุ่งนี้จะถึงวัน </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">แห่งชาติ</span>’ <span lang="TH">อีกหนึ่งวัน คือ </span>12 <span lang="TH">สิงหาคม ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น </span>‘<span lang="TH">วันแม่แห่งชาติ</span>’ <span lang="TH">ในความหมายหนึ่ง คือ วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และนำคำว่า </span>‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ไปพ่วงให้เป็นอีกความหมายหนึ่ง เพื่อให้กลายเป็นวัน </span>‘<span lang="TH">แห่งชาติ</span>’ <span lang="TH">ที่เป็นอีกวันสำคัญหนึ่งบนปฏิทินไทย ซึ่งอาจจะเบลอความหมายกันระหว่างวัน </span>‘<span lang="TH">พระราชสมภพ</span>’ <span lang="TH">ของบุคคลในสถาบันที่มีสถานะพิเศษทางสังคม กับวัน </span>‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ซึ่ง </span>‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">เป็นเรื่องของการให้ความสำคัญเป็นปัจเจกบุคคลตามลักษณะสังคมวัฒนธรรม และวัน </span>‘<span lang="TH">แห่งชาติ</span>’ <span lang="TH">ที่ทำให้เกิดวาระสำคัญร่วมกันไป ความหมายทางความรู้สึกทั้งทางปัจเจกบุคคล สังคมและวัฒนธรรมจึงถูกทำให้รู้สึกร่วมกันไปกับบุคคลในสถาบันที่มีสถานพิเศษทางสังคม จึงหลอมกลายเป็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ทางวัฒนธรรมที่เรียกว่า </span>‘<span lang="TH">แม่ของชาติ</span>’</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ความจริงแล้ว </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’<span lang="TH"> ที่ถูกโยงความหมายเข้ากับ </span>‘<span lang="TH">ชาติ</span>’<span lang="TH"> นั้น เกิดขึ้นด้วยการจัดงานวันแม่ครั้งแรกในวันที่ </span>10 <span lang="TH">มีนาคม </span>2486 <span lang="TH">ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่เนื่องจากเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ </span>2 <span lang="TH">งานวันแม่ปีต่อมาจึงถูกงด จนกระทั่งวันที่ </span>15 <span lang="TH">เมษายน </span>2493 <span lang="TH">คณะรัฐมนตรี (สมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม เป็นนายรัฐมนตรี) ได้ประกาศรับรองวันแม่ตามที่สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ เสนอ ซึ่งงานครั้งแรกนั้นสำเร็จด้วยดีและประชาชนสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานได้กว้างขวาง </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><br />
<span lang="TH"> </span></span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span lang="TH">ต่อมาเมื่อสภาวัฒนธรรมแห่งชาติถูกยุบงานวันแม่จึงถูกยกเลิกตามไปด้วย จนกระทั่งสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยรื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นใหม่ โดยกำหนดให้วันที่</span> 4 <span lang="TH">ตุลาคม เป็นวันแม่ แต่จัดใน พ.ศ.</span>2515 <span lang="TH">เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งปี </span>2519 <span lang="TH">คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดวันแม่โดยให้ถือเอาวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ</span> 12 <span lang="TH">สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ และวันนี้แทนวันแม่มาจนทุกวันนี้</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ดังนั้นคงนับได้ว่า ตั้งแต่ พ.ศ. </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2486 <span lang="TH">เป็นต้นมา </span>‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">อันเป็นความรู้สึกของปัจเจกบุคคลตามธรรมชาติที่เป็นไปตามสังคมและวัฒนธรรมได้ถูกผ่องถ่ายไปสู่ </span>‘<span lang="TH">ชาติ</span>’ <span lang="TH">ที่เข้มข้นขึ้นในยุค </span>‘<span lang="TH">รัฐนิยม</span>’ <span lang="TH">สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และและผูกโยงไปหา </span>‘<span lang="TH">แม่ของชาติ</span>’<span lang="TH"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span lang="TH">ซึ่งอีกทางหนึ่งก็คือผู้ที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังฝ่ายสมบูรณาญาสิทธิราชย์อยู่ในที</span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span lang="TH">ในวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ซึ่งวันแม่แห่งชาติครั้งนี้อาจเกิดขึ้นภายใต้การผนวกแนวทางจากรัฐชาตินิยมเข้ากับพลังฝ่ายสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และหลังจากมีวันแม่แห่งชาติครั้งนี้ได้ไม่นาน เหตุการณ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลา </span>2519 <span lang="TH">ก็เกิดขึ้น วันนั้นอาจเป็นวันที่ป่าเถื่อนที่สุดอีกวันหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่ไม่ขออธิบายไว้ ณ โอกาสอันเป็นมงคลกาลของสังคมไทยในเวลานี้ ทว่าสำหรับสังคมไทยเอง </span>6 <span lang="TH">ตุลา </span>2519 <span lang="TH">ยังทรงความหมายและคุณค่าที่ควรนำไปเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับปัจจุบันและอนาคต</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่วันอย่างนี้กลับไม่เคยมีตัวสีแดงปรากฏขึ้นเลยบนปฏิทินไทยตลอด </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">30 <span lang="TH">ปีที่ผ่านมา </span>!</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">แม่แห่งอุษาคเนย์</span></strong><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"><span>           </span></span></strong></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในส่วนนี้จะขอพูดเรื่อง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ในอีกมิติหนึ่ง เพื่อจะได้ทบทวนความรู้ในคำว่า</span> ‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ที่ขยายความได้มากกว่าเรื่องของความรู้สึก <span> </span></span>‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">นอกจากมีความหมายทางความรู้สึกต่อปัจเจกบุคคลแล้ว ยังมีความหมายในทางวัฒนธรรมด้วย โดยเฉพาะ </span>‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">ในสังคมอุษาคเนย์ที่เราอยู่อาศัยนี้ค่อนข้างจะอธิบายความหมายในทางที่แตกต่างกับ </span>‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">และ </span>‘<span lang="TH">ชาติ</span>’ <span lang="TH">ในวันที่ </span>12 <span lang="TH">สิงหาคม อย่างสิ้นเชิง</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">ในสังคมอุษาคเนย์ไม่มีเรื่องราวให้สืบสาวเกี่ยวข้องกับความเป็น </span>‘<span lang="TH">ชาติ</span>’<span lang="TH"> เพราะความเป็นชาติเป็นเรื่องที่มาทีหลังเมื่อประมาณ </span>100 <span lang="TH">ปีมานี้เอง และ </span>‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’<span lang="TH"> ก็ไม่ได้หมายถึงความเป็น </span>‘<span lang="TH">ผู้หญิง</span>’ <span lang="TH">ที่มี </span>‘<span lang="TH">ลูก</span>’<span lang="TH">แต่กลับหมายถึงเรื่องราวของ </span>‘<span lang="TH">องค์ความรู้อันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ</span>’ <span lang="TH">ที่ผู้ชายก็มี </span>‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">ได้</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">11 <span lang="TH">สิงหาคม ปีกลาย สบโอกาสไปฟัง รศ.ปรานี วงษ์เทศ จากภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อธิบายเรื่อง </span>‘<span lang="TH">แม่ในอุษาคเนย์</span>’ <span lang="TH">ในเวทีวง </span>‘<span lang="TH">สนทนาวันศุกร์</span>’ ‘<span lang="TH">ประชาไท</span>’ <span lang="TH">เองก็เคยลงความเต็มเอาไว้ แต่จะขอสรุปนำความมากล่าวในที่นี้อีกสักครั้งในวาระกระแสที่จะต้องพูดถึงเรื่อง </span>‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ในเวลานี้ของทุกปี ก่อนที่ช่วงค่ำๆจะต้องไปเฝ้าหน้าจอทีวีเพื่อรอฟัง </span>‘<span lang="TH">แม่ของชาติ</span>’<span lang="TH"> ตรัสพระราชดำรัส</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แม่ในสังคมอุษาคเนย์ก่อนการเข้ามาของพระพุทธศาสนานั้นค่อนข้างจะเป็นศูนย์กลางของสังคมหรือเรียกได้ว่าเป็นสังคมแบบนับญาติจากฝ่ายหญิง ซึ่งมีบทบาทในหลายทาง ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจแม่จะมีบทบาทในการคุมทรัพยากรในระดับหนึ่ง เช่น ที่ดิน บ้าน ปัจจัยการผลิต ส่วนในด้านครอบครัว แม่มีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์และการตัดสินใจเกี่ยวกับญาติ จึงเรียกได้ว่าแม่มีบทบาทที่สัมพันธ์กับอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและทางครอบครัว </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นอกจากนี้ แม่ในสังคมอุษาคเนย์ยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมด้วย คือมีวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าหรือยกย่อง หรือสร้างภาพพจน์ของแม่ การทำหน้าที่แม่ถูกตอกย้ำด้วยการอบรมเลี้ยงดูที่ทำให้เด็กผู้หญิงได้เรียนรู้บทบาทของการเป็นแม่ตั้งแต่เด็ก เช่น การดูแลน้องหรือให้เด็กผู้หญิงเติบโตด้วยภาพพจน์ว่าตนเองมีความเหมาะสม เชื่อมั่น ภูมิใจในบทบาทความเป็นแม่ การที่แม่มีอำนาจรับผิดชอบในครอบครัวจึงเป็นความมั่นคงทางด้านจิตใจ ส่วนสามีหรือพ่อนั้นจะไปมีบทบาทรอบนอกบ้าน </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งนี้ อำนาจของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">ของผู้หญิงจะคลี่คลายไปเป็นอำนาจทางวัฒนธรรมอันได้รับการยอมรับผ่านการใช้ความรัก ความอะลุ่มอล่วย ความสัมพันธ์ จนกระทั่งไปสู่การมีบทบาทสูงในเศรษฐกิจนอกครัวเรือนเพื่อการทำมาหากินบางอย่าง เช่น การค้าขาย ดังจะเห็นว่าในตลาดมีแม่ค้ามากมาย หรือในสังคมชนชั้นกลาง ผู้หญิงก็มีบทบาทการทำงาน เช่น เป็นข้าราชการในจำนวนมาก </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">การยอมรับแม่ในทางด้านจิตใจจะปรากฎในลักณะการประกอบพิธีกรรมต่างๆที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง จนเจ้าแห่งพิธีกรรมต่างๆล้วนเป็นผู้หญิงทั้งสิ้น เพราะพิธีกรรมต่างๆ เพราะในรอบชีวิตของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">นั้น มีตั้งแต่การตั้งครรภ์ การเกิด การอยู่ไฟ ฯลฯ จนหล่อมหลอมกลายเป็นอุดมการณ์ด้านความเชื่อของสังคมที่ยกย่องเพศหญิงมาก ภายหลังอุดมการณ์ความเป็นแม่ยังได้ส่งผ่านไปเป็นตำนานมากมาย เช่น ตำนานก่องข้างน้อย หรือมีการมีคำนำหน้าชื่อด้วยคำว่า </span>‘<span lang="TH">แม่</span>’<span lang="TH"> ในสิ่งที่ยกย่อง เช่น แม่โพสพ แม่ธรณี เครื่องมือมีผีหญิงสถิต สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงความสำคัญของผู้ให้กำเนิดหรือผู้ผลิตเช่นกัน</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ก่อนการเข้ามาของพุทธศาสนา ผู้หญิงหรือแม่ยังเป็นผู้รักษาพยายาบาล อาจจะเป็นในรูปแบบคนทรง เช่น การเป็น ผีฟ้า ผีมด ผีเมง ปัจจุบันผู้นำทางพิธีกรรมในลาวทางใต้ก็ล้วนยังเป็นผู้หญิง และบทบาทที่เกี่ยวข้องมากได้แก่การทำอาหารเซ่นบูชาสังเวย ที่เป็นเช่นนี้เพราะอาหารคือทรัพยากรที่ผู้หญิงครอบครองมาตลอดตั้งแต่ในอดีตกาล ส่วนในการรักษาพยาบาลนั้นก็คงมาจากการที่ผู้หญิงต้องพบกับการเจ็บป่วยของลูก ความสามารถและประสบการณ์เหล่านี้จึงอยู่สำนึกที่ต้องดูแลลูกถ่ายทอดกันมา </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่บทบาทเหล่านี้จะไม่รวมไปถึงในราชสำนักที่ได้รับอิทธิพลทางฮินดูจากอินเดียจึงเน้นที่ชายเป็นใหญ่ ซึ่งผู้หญิงอาจต้องถวายตัวเป็นบาทบริจาริกา ส่วนสำหรับพุทธศาสนาที่รัฐเป็นตัวกลางนำเข้ามาในภายหลังก็ได้มาสร้างความเป็นหน้าที่ความเป็นพลเมืองที่ดี ต่อมาเมื่อพุทธศาสนามีอิทธิพลมากขึ้นซึ่งก็ได้จำกัดบทบาทของแม่ในสังคมอุษาคเนย์ดั้งเดิมไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในทางสังคมวัฒนธรรมหรือทรัพยากร เนื่องจากศาสนาพุทธเองก็ให้ความสำคัญกับเพศชายเป็นใหญ่ เช่น การไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเป็นนักบวชหรือเป็นได้ยากกว่า </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ภายหลังทั้งศาสนาพุทธและฮินดูก็มีบทบาทมากขึ้นในสังคมอุษาคเนย์ (โดยเฉพาะสำหรับชนชั้นปกครอง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">–<span lang="TH"> เสริมโดยผู้เขียน) ที่มีการสถาปนาของรัฐแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">รศ.ปราณี กล่าวว่า ภาพลักษณ์ความเป็นแม่ในสังคมไทยแบบปัจจุบันมีพื้นฐานมาจากอิทธิพลของรัฐสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช ซึ่งรัฐแบบนี้มีระบบความเชื่อว่าประชาชนต้องอุทิศตนเพื่อพระมหากษัตริย์ เช่น ขุนนางก็คือข้าแผ่นดิน ผู้ชายส่วนใหญ่จึงมองว่าพระมหากษัตริย์คือเจ้าเหนือชีวิต และไม่มีเรื่องส่นตัว ดังนั้นเรื่องส่วนตัวต้องยกไปให้ผู้หญิงจัดการ จะได้ทำให้ผู้ชายมีความสุขสบายไม่มีความกังวลในทุกอย่างเพื่ออุทิศตนต่อพระมหากษัตริย์ จึงทำให้ผู้หญิงสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชไม่มีตัวตน ซึ่งสามารถดูตัวอย่างได้จากแม่พลอยในเรื่องสี่แผ่นดิน เรื่องนี้เป็นนวนิยายแม่แบบเรื่องหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อสังคมชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง รวมไปถึงนางเอกในนวนิยายอีกหลายเรื่องที่อุทิศตนแบบนี้ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อุดมการณ์แบบนี้ยังได้ส่งผ่านงานเขียนของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (มีบทบาทสูงมากในสมัยรัชกาลที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5 <span lang="TH">ทั้งทางมหาดไทย ศึกษาธิการและทางประวัติศาสตร์ </span>- <span lang="TH">เสริมโดยผู้เขียน) ที่ต้องการกำหนดบทบาทสิ่งที่เรียกว่ากุลธิดาที่ดีไม่ให้ฟุ้งซ่านแบบฝรั่ง ผู้หญิงจึงต้องเป็นทั้งแม่และเมียที่ดี เช่นการบอกว่า ลูกจะชั่วดีนั้นแม่ต้องรับผิดชอบเพราะคือครูคนแรกจึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดี เมียห้ามไปก้าวก่ายหน้าที่การงานของลูกของผัว เมียต้องมีบทบาทของแม่ศรีเรือน มีหน้าที่เฉพาะในครัว เมื่อแก่ลงควรเข้าวัด งานสมเด็จกรมพระยาดำรงฯนี้เอง มีผลอย่างมากต่อสังคม เพราะต่อมาได้ถ่ายทอดอุดมการณ์แบบนี้ไปสู่ระบบการศึกษาสมัยใหม่หรือโรงเรียนด้วย เช่น การสอนเรื่องสมบัติผู้ดี การสอนเรื่องหน้าที่พลเรือนในบทบาทต่างๆ <span> </span>รวมทั้ง วรรณกรรม นวนิยายสมัยใหม่ วรรณคดี ในสมัยรัตนโกสินทร์ รวมไปถึงการได้รับอิทธิพลจากการเป็นผู้หญิงสมัยวิคตอเรียที่ร่วมสมัยในเวลานั้น ทำให้ลักษณะผู้หญิงที่ดีต้องรักษาพรหมจารี และรักนวลสงวนตัว </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบบทบาทความเป็นแม่ในสังคมอุษาคเนย์ดั้งเดิมกับสังคมตะวันตกสมัยวิคตอเรียที่มามีอิทธิพลมากขึ้นตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5 <span lang="TH">จะเห็นว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงตะวันตกยุควิคตอเรียนั้นแม้จะมีอำนาจ หรือบทบาทเหนือลูกทุกอย่าง แต่ในทางสังคมส่วนรวม ผู้หญิงจะไม่มีบทบาทในการตัดสินใจอะไรเลย ทั้งที่ในสงครามของผู้ชายตะวันตก ผู้หญิงจะต้องมีบทบาทแทนผู้ชายที่ไปรบโดยต้องทำงานุกอย่างแทนที่ผู้ชาย แต่พอผู้ชายกลับมาจากสงครามก็มาเอาบทบาทนั้นคืนหมด ส่วนผู้หญิงก็กลับไปเป็นเพียงแม่บ้านเหมือนเดิม ภายหลังผู้หญิงจึงตระหนักว่า ทำไมตนเองไม่มีส่วนร่วมเลย การเรียกร้องสิทธิและส่วนร่วมต่างๆจึงเกิดขึ้นในสังคมตะวันตกซึ่งเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงร้อยปีมานี้เอง บทบาทตรงนี้ต่างกันมากกับบทบาทของแม่ในสังคมอุษาคเนย์ดั้งเดิม</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">ของสังคมอุษาคเนย์จึงเป็นเรื่องของ </span>‘<span lang="TH">องค์ความรู้ของความเป็นแม่</span>’<span lang="TH"> ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญต่อจิตสำนึกความเป็นมนุษย์ และสังคมไทยในก่อนยุคสมบูรณาญาสิทธิราชที่เคยให้ทั้ง </span>‘<span lang="TH">ความยกย่อง</span>’ <span lang="TH">และ </span>‘<span lang="TH">อำนาจ</span>’ <span lang="TH">อย่างทัดเทียมชาย </span><span> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่างไรก็ตาม จากความเปลี่ยนแปลงทางอุดมการณ์ในเรื่องความเป็นแม่ทั้งจากความเป็นรัฐแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ศาสนาหรืออิทธิพลทางค่านิยมในสังคมตะวันตกยุควิคตอเรีย </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’ <span lang="TH">ถูกทำให้มองว่าเป็นเรื่องของสัญชาตญาณติดตัวหรือเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่อง </span>‘<span lang="TH">องค์ความรู้</span>’ <span lang="TH">จึงทำให้ไม่มีอำนาจในสังคมปัจจุบัน ทั้งที่ </span>‘<span lang="TH">ความเป็นแม่</span>’<span lang="TH"> ในความจริงคือองค์ความรู้ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญมากต่อการสร้างมนุษยชาติ และผู้ชายเองก็ทำได้เพราะเป็นวัฒนธรรมที่เรียนรู้ได้ และมีผลการศึกษาที่น่าสนใจว่า พ่อที่เลี้ยงลูกคนเดียวก็สามารถมีพฤติกรรมทุกอย่างเหมือนแม่ สามารถเลี้ยงลูกได้ดีมากๆ เหมือนแม่</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่ค่านิยมความเป็นแม่หรือความเป็นผู้หญิงในปัจจุบันถูกเน้นโดยอุดมการณ์ของรัฐ ทุกอย่างคือผลักภาระให้ผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงต้องออกมาทำงาน เพราะบอกว่าผู้หญิงนั้นมีหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว เมื่อยากจน เมื่อมีปัญหาเศรษฐกิจ ผู้หญิงก็ต้องออกมาทำงานโรงงานหรือบริการรับจ้างต่างๆผู้หญิงที่เคยเป็นเจ้าของชุมชน หมู่บ้าน ที่ดิน จึงไม่มีอีกแล้ว เพราะฉะนั้นต้องกลับมาตั้งคำถามว่า ศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิงที่เราพูดมา มีอยู่หรือไม่ในระบบบริโภค ทุนนิยม เสรีนิยมและสังคมที่มี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">วันแม่แห่งชาติ</span>’<span lang="TH">ทุกปี เวลานี้ยังมีเด็กผู้หญิงจำนวนมากและส่วนใหญ่ต้องมาทำงานรับจ้างเพื่อส่งเงินไปรองรับบ้านช่วยพ่อแม่ ซื้อที่ดิน กลบหนี้ ส่งน้องเรียน ส่งพี่ชายบวช แต่งงานหรือไปเป็นทหาร ซึ่งแม้จะมีผู้ชายที่รับผิดชอบแบบนี้เช่นกัน แต่สถิติเปรียบเทียบไม่ได้กับผู้หญิงที่มีรูปธรรมจำนวนมากที่แบกรับภาระครอบครัวและรับสภาพการกดดันเพราะการเกิดมาเป็นผู้หญิง</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ประเด็นนี้ รศ.ปราณี ได้กล่าวไว้ในช่วงท้ายของการเสวนาครั้งนั้นว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ปัจจุบันมีระบบโครงสร้างอะไร มีพื้นที่อะไรให้ความเป็นแม่และความเป็นผู้หญิงบ้าง เราเรียกร้องหาแม่ที่ดี เราเรียกร้องโครงสร้างของการสร้างมนุษย์ที่มีคุณภาพ แต่เรากลับมองว่าระบบความเชื่อเดิมที่ยกย่องเพศหญิง นิทานปรัมปราต่างๆ ที่ยกย่องเพศหญิงเป็นเรื่องที่งมงาย ดูถูกคนทรง ดูถูกแม่ชี ดูถูกงานการของผู้หญิงมาก ดูถูกการมีอารมณ์ของผู้หญิง ดูถูกวิธิคิดของผู้หญิง</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ระบบอะไรที่รองรับความเป็นแม่ในสังคมปัจจุบัน ใครเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบแม่ ใครอยากรับแม่ลูกอ่อนทำงาน ใครสามารถรับผิดชอบในการเลี้ยงดูเด็กจนเติบโตมีอาชีพได้ในสังคม ความเป็นแม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่ ในเมื่อสังคมทุกวันนี้เราประเมินทุกอย่างด้วยเงินโดยโยนความรับผิดชอบให้โรงเรียนอย่างเดียว</span> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">แต่สังคมไทยกลับมองเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องเบาๆ ไร้สาระ น้ำเน่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่สำคัญน้อยกว่าการเมือง เศรษฐกิจหรือเรื่องหุ้น หรือศาสนา แต่มนุษย์ทุกคนจะผ่านเรื่องน้ำเน่านี้ได้หรือ สิ่งที่ผู้หญิงสนใจจะมีคุณค่าต่ำไปหมด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร การละคร ลิเก เพลง การสนใจเรื่องความงาม การที่ผู้หญิงสนใจเรื่องความสัมพันธ์ การเอาอกเอาใจ การรักใคร่เอาใจใส่ จนบางทีมันจุกจิกหยุมหยิมเกินไปจะถูกมองว่ามีคุณค่าต่ำ ทั้งหมดนี้เราจะเห็นภาพที่เป็นของผู้หญิงรวมทั้งความเป็นแม่ไม่มีคุณค่าในสังคมและมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความรู้”</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">แม่แห่งชาติ (สากล)</span></strong></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สุดท้าย อยากจะขอกล่าวถึงวันแม่แห่งชาติในต่างประเทศที่ที่ได้รับการยอมรับอย่างค่อนข้างเป็นสากลด้วย </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หลายประเทศในโลกก็มีวันแม่แห่งชาติเช่นกัน แต่จะระบุวันเวลาและเหตุผลหลากหลายกันไป แต่จะมีวันหนึ่งที่หลายประเทศเลือกนำไปใช้เป็นวันแม่แห่งชาติ อาจจะเป็นเพราะวันดังกล่าวมาจากการที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ได้ทำในสิ่งที่มีความหมายไปในทางการ </span>‘<span lang="TH">ปกป้อง</span>’ <span lang="TH">รวมทั้งและต่อต้านความรุนแรงด้วยประสบการณ์จาก </span>‘<span lang="TH">สงคราม</span>’</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วันดังกล่าวคือ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ทุกอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม</span>’ <span lang="TH">ประเทศที่ใช้วันนี้เป็นวันแม่แห่ชาติได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา</span>, <span lang="TH">ไต้หวัน</span>, <span lang="TH">สาธารณรัฐประชาชนจีน</span>, <span lang="TH">ญี่ปุ่น</span>, <span lang="TH">เดนมาร์ก</span>, <span lang="TH">ตุรกี</span>, <span lang="TH">นิวซีแลนด์</span>, <span lang="TH">เนเธอร์แลนด์</span>, <span lang="TH">บราซิล</span>, <span lang="TH">เบลเยียม</span>, <span lang="TH">เปรู</span>, <span lang="TH">ฟินแลนด์</span>, <span lang="TH">มอลตา</span>, <span lang="TH">เยอรมนี</span>, <span lang="TH">ลัตเวีย</span>, <span lang="TH">สโลวาเกีย</span>, <span lang="TH">สิงคโปร์</span>, <span lang="TH">ออสเตรเลีย</span>, <span lang="TH">ออสเตรีย</span>, <span lang="TH">อิตาลี</span>, <span lang="TH">เอสโตเนีย และฮ่องกง</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วันแม่วันนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มผู้หญิงที่ทำงานรณรงค์ให้เกิดสันติภาพของบรรดาแม่ ที่ลูกสูญเสียลูกๆจากการสู้รบในสงครามกลางเมืองอเมริกัน ( ซิวิลวอร์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">1861-65<span lang="TH"> เป็นสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐฝ่ายเหนือกับรัฐฝ่ายใต้ในอเมริกาซึ่งประทุขึ้นเพราะการประกาศเลิกทาสของอับราฮัม ลินคอน ซึ่งทำให้ฝ่ายใต้ซึ่งใชประโยชน์จากการทาสมากมายเพื่อทำการเกษตรกรรมประกาศอิสรภาพจนทำให้เกิดเป็นสงครามกลางเมือง)</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ต่อมา การสถาปนาให้วันอาทิตย์ที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2 <span lang="TH">ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่ มาจากการที่ </span>‘<span lang="TH">อันนา จาวิส</span>’<span lang="TH"> แห่งเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นนักรณรงค์เพื่อสันติภาพได้รณรงค์เรียกร้องจนกระทั่งกลายเป็นกระแสสังคมที่แม้แต่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐต้องประกาศให้วันนั้นเป็นวันแม่</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">อันนา</span>’<span lang="TH"> มีแม่เป็นผู้หญิงที่เรียกร้องสันติภาพในยุคที่อเมริกาบอบช้ำจากสงครามกลางเมืองอย่างมาก ในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ แม่ของอันนาเคยเรียกร้องให้มีวันที่เรียกว่า </span>Mother’s Friendship Days <span lang="TH">เพราะสมัยนั้นผู้เป็นแม่ต้องสูญเสียลูกไปในสงครามกลางเมืองและมีชีวิตที่ระทม ทุกข์ วันแม่ในความหมายของเธอจึงเป็นการเรียกร้องให้ยุติสงครามและหันมาเชิดชูสันติภาพ </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว อันนาผู้เป็นลูกสาวก็สานต่ออุดมการณ์โดยเริ่มต้นจัดงานครบรอบการตายของ แม่ในโบสถ์แห่งหนึ่งในวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">10 <span lang="TH">พฤษภาคม ของปี </span>1908 <span lang="TH">เธอตกแต่งให้โบสถ์สว่างไสวไปด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาวซึ่งเป็นดอกไม้โปรดของแม่ ซึ่งเป็นเหตุผลของการนำคาร์เนชั่นขาวมาเป็นดอกไม้ สัญลักษณ์ของวันแม่แห่งชาติในเวลาต่อมา</span> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ปรากฏว่างานรำลึกถึงแม่ของอันนากลายเป็นงานที่ได้รับความสนใจจากสังคมมาก จนเธอตัดสินใจทำความฝันของแม่ให้เป็นจริงนั่นคือ สร้างวันที่เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพขึ้นมาอย่างเป็น ทางการ เธอตระเวณจัดงานรณรงค์ไปทั่วประเทศด้วยเป้าหมายที่วางไว้ว่าต้องการให้รัฐบาลประกาศให้วันอาทิตย์ที่</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> 2 <span lang="TH">ของเดือนพฤษภาคมของทุกปีเป็นวันแม่แห่งชาติ อันนาไม่ต้องใช้เวลานาน เพราะความที่ </span>‘<span lang="TH">แม่</span>’ <span lang="TH">ถูกชูขึ้นมาเป็นจุดขายนั้น ไม่ว่าใครก็พร้อมซื้อไอเดียนี้ </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ปี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">1910 <span lang="TH">รัฐเวสต์เวอร์จิเนียเป็นรัฐแรกที่ประกาศให้วันอาทิตย์ที่ </span>2 <span lang="TH">ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่ของรัฐ ปีถัดมา แทบทุกรัฐประกาศแบบเดียวกัน และนำมาสู่การประกาศของประธานาธิบดีวูดรอว์ วิลสัน ในปี </span>1914 <span lang="TH">ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสถาปนาวันแม่แห่งชาติอย่างเป็นทางการ</span> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ส่วนในการปฏิบัติต่อกันในวันนี้นั้นจะเป็นเรื่องการมอบของขวัญเพื่อนำมาเซอร์ไพรส์ให้กลับแม่ โดยมีอีกที่มาอีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Juliet Calhoun Blakeley<span lang="TH"> ซึ่งได้ริเริ่มรวมกลุ่มผู้หญิงที่ไม่สบายใจในการที่ผู้ไม่เห็นด้วยกับการรณรงค์ไม่ดื่มเหล้าได้มาชักจูงให้ลูกของพวกเธอเที่ยวกลางคืนจนการดื่มเหล้ากลายเป็นเรื่องปกติ <span> </span></span>Juliet Calhoun Blakeley<span lang="TH"> จึงรวบรวมเหล่าแม่ที่ที่ได้รับผลกระทบนี้มาเพื่อต่อต้าน ต่อมาเมื่อลูกชายของเธอทั้ง </span>2 <span lang="TH">คนโตขึ้น และได้ประกอบอาชีพเป็นเซลล์แมนเขาก็จะกลับมาเพื่อนำของขวัญมามอบให้เธอ และยังรณรงค์ให้ลูกค้าของเขาทำอย่างเดียวกันด้วย ทุกวันอาทิตย์ในสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม จึงกลายเป็นวันที่ลูกๆจะกลับไปมอบของขวัญให้กับแม่เพื่อระลึกถึงและตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวง</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">11 <span lang="TH">ส.ค. </span>2550</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">ข้อมูลประกอบ </span></strong></span></p>
<p><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong></strong><strong></strong><span style="font-size:10pt;color:#000000;font-family:Tahoma;">ณัฐยา บุญภักดี <strong>คอลัมน์คิดต่างอย่างผู้หญิง</strong> หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ศุกร์ที่ </span><span style="font-size:10pt;color:#000000;font-family:Tahoma;">18 <span lang="TH">สิงหาคม </span>2549</span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></strong><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">คอลัมน์รู้ไปโม้ด</span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> โดยน้าชาติ ประชาชื่น</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">http://www.dharmastation.org/mcontent.php?id=<span lang="TH">6</span>&amp;PHPSESSID=<span lang="TH">279</span>b<span lang="TH">021</span>c<span lang="TH">181</span>f<span lang="TH">76</span>f<span lang="TH">0233</span>c<span lang="TH">2752223</span>da<span lang="TH">983</span></span></span></strong></span></p>
<h1 style="background:#f8fcff;margin:auto 0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="EN"><span style="font-family:Verdana;">Mother’s Day ( </span> United States)<span style="font-weight:normal;font-size:10pt;" lang="EN"> From Wikipedia</span></p>
<h1 style="background:#f8fcff;margin:auto 0;"><span style="font-size:10pt;"><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Mother's_Day_(United_States)"><span style="font-family:Verdana;">http://en.wikipedia.org/wiki/Mother%27s_Day_%28United_States%29</span></a></span></h1>
<p>โดย <strong><span style="color:#ff6600;">จันทร์ในบ่อ</span></strong></p>
<p> </p>
<p></span></span></h1>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/archaeo45.wordpress.com/68/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/archaeo45.wordpress.com/68/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/68/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/68/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/68/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=68&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2008/08/12/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปราสาทพระวิหาร :มองจากมุม ‘วิชาการ’ ไม่เกี่ยวกับ ‘ดินแดน’  ปัญหาคือความน่าเชื่อถือของ ‘ยูเนสโก’ และน้ำยากระทรวงต่างประเทศ</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2008/08/06/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2008/08/06/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2008 02:30:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Archaeo politics]]></category>
		<category><![CDATA[พระวิหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=62</guid>
		<description><![CDATA[๑
“ไม่ข้องใจคนกัมพุชา แต่ข้องใจกรรมการมรดกโลก และกระบวนการ ไม่เป็นมรดกโลกก็ได้ เพราะมันเหมือนป้ายเชลล์ชวนชิมเท่านั้น มันเหมือนการยืนยันว่ามีการจัดการที่ดี ซึ่งการจัดการที่ดีไม่ต้องเป็นมรดกโลกก็ได้ แต่วิธีการไม่ตรงไปตรงมา เพราะถ้าตรงไปตรงมา ประเทศเช่นพม่าควรได้มรดกโลกตั้งนานแล้วทำจึงไม่ได้ และอย่าให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อทางการเมือง” ศ.ดร. สันติ เล็กสุขุม ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 
 
๒
“ถ้าจะจัดการได้ไม่ต้อมีเส้นแดน เพราะมีมรดกหลายประเทถูกคุ้มครองดดยหลายประเทศ แต่พออยู่ที่รัฐพูดเรื่องอธิปไตย แต่เราไม่ได้พูดว่าสิ่งที่เราจะปกปักรักาเป็นสิ่งร่วมกัน ชุมชนก็ไม่เคยได้มีส่วนร่วมเลย พอครอบครองแล้วเขาต้องเสียเงินเข้าไปทั้งที่เมื่อก่อนเขาเข้าไปเคารพบูชาได้ ถ้าหยิบประเด็นดินแดนมาพูดก้ทะเลาะ เพราะอ้างแผนที่คนละฉบับ และเราต้องเข้าใจแผนที่กัมพูชาเพราะเป้นแผนที่ที่เคยใช้ชนะในศาลดลกมาแล้ว ในขณะที่ไทยก้เคยทำสัญญากับฝรั่งเศสจึงเป้นพื้นที่ทับซ้อน ที่กัมพุชาคิดก็ถูก ที่ไทยคิดมันก็ถูก ถ้าเอาการเมืองน้อยลง เอาวิชาการมากขึ้น เอาสติ เอาความรู้ เอาปัญญามาไตร่ตรองก็ไม่มีปัญหา” พิสิฐ เจริญวงศ์
 
๓
“ดีใจที่ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่มันควรยิ่งใหญ่กว่านี้ คุณค่าควรต้องร่วมกัน” ภารณี สวัสดิรักษ์
 
ความเห็นต่อกรณีเขาพระวิหารหลังการเสวนา
 
 
 
000
 
กรณีเขาพระวิหารยังคงเป็น ‘ความเมือง’ ของสองประเทศที่มีการเมืองภายในอันซับซ้อน และสิ่งที่ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องคือความทับซ้อนในเรื่อง ‘ดินแดน’ ในขณะที่ความเป้นหรือไม่เป็นมรดกโลกนั้นคือเรื่องการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของมนายชาติที่ไม่อาจเอ่ยอ้างความเป้นเจ้าของได้แต่อย่างใด ในขณะเดียวกันสิ่งที่ไม่เคยถูกนำมามองเลยกลับเป้นเรื่องของ ‘วิชาการ’ 
 
แม้ว่ากรณีมรดกโลก จะทำให้ต้องมาถกกันอีกครั้งในแง่ของ ‘ความเมือง’ เชิง ‘ดินแดน’ และในแง่กฎหมายที่ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศต้องสังเวยสถานการณ์และวิกฤติตุลาการไปแล้วก็ตาม ในแง่การตีความกฎหมายมาตรา 190 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=62&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">๑</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ไม่ข้องใจคนกัมพุชา แต่ข้องใจกรรมการมรดกโลก และกระบวนการ ไม่เป็นมรดกโลกก็ได้ เพราะมันเหมือนป้ายเชลล์ชวนชิมเท่านั้น มันเหมือนการยืนยันว่ามีการจัดการที่ดี ซึ่งการจัดการที่ดีไม่ต้องเป็นมรดกโลกก็ได้ แต่วิธีการไม่ตรงไปตรงมา เพราะถ้าตรงไปตรงมา ประเทศเช่นพม่าควรได้มรดกโลกตั้งนานแล้วทำจึงไม่ได้ และอย่าให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อทางการเมือง</span>” <span lang="TH">ศ.ดร. สันติ เล็กสุขุม ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">๒</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ถ้าจะจัดการได้ไม่ต้อมีเส้นแดน เพราะมีมรดกหลายประเทถูกคุ้มครองดดยหลายประเทศ แต่พออยู่ที่รัฐพูดเรื่องอธิปไตย แต่เราไม่ได้พูดว่าสิ่งที่เราจะปกปักรักาเป็นสิ่งร่วมกัน ชุมชนก็ไม่เคยได้มีส่วนร่วมเลย พอครอบครองแล้วเขาต้องเสียเงินเข้าไปทั้งที่เมื่อก่อนเขาเข้าไปเคารพบูชาได้ ถ้าหยิบประเด็นดินแดนมาพูดก้ทะเลาะ เพราะอ้างแผนที่คนละฉบับ และเราต้องเข้าใจแผนที่กัมพูชาเพราะเป้นแผนที่ที่เคยใช้ชนะในศาลดลกมาแล้ว ในขณะที่ไทยก้เคยทำสัญญากับฝรั่งเศสจึงเป้นพื้นที่ทับซ้อน ที่กัมพุชาคิดก็ถูก ที่ไทยคิดมันก็ถูก ถ้าเอาการเมืองน้อยลง เอาวิชาการมากขึ้น เอาสติ เอาความรู้ เอาปัญญามาไตร่ตรองก็ไม่มีปัญหา</span>” <span lang="TH">พิสิฐ เจริญวงศ์</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">๓</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ดีใจที่ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่มันควรยิ่งใหญ่กว่านี้ คุณค่าควรต้องร่วมกัน</span>” <span lang="TH">ภารณี สวัสดิรักษ์</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:right;margin:0;" align="right"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ความเห็นต่อกรณีเขาพระวิหารหลังการเสวนา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">000</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรณีเขาพระวิหารยังคงเป็น </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเมือง</span>’ <span lang="TH">ของสองประเทศที่มีการเมืองภายในอันซับซ้อน และสิ่งที่ถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องคือความทับซ้อนในเรื่อง </span>‘<span lang="TH">ดินแดน</span>’ <span lang="TH">ในขณะที่ความเป้นหรือไม่เป็นมรดกโลกนั้นคือเรื่องการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของมนายชาติที่ไม่อาจเอ่ยอ้างความเป้นเจ้าของได้แต่อย่างใด ในขณะเดียวกันสิ่งที่ไม่เคยถูกนำมามองเลยกลับเป้นเรื่องของ </span>‘<span lang="TH">วิชาการ</span>’ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แม้ว่ากรณีมรดกโลก จะทำให้ต้องมาถกกันอีกครั้งในแง่ของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ความเมือง</span>’ <span lang="TH">เชิง </span>‘<span lang="TH">ดินแดน</span>’ <span lang="TH">และในแง่กฎหมายที่ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศต้องสังเวยสถานการณ์และวิกฤติตุลาการไปแล้วก็ตาม ในแง่การตีความกฎหมายมาตรา </span>190 <span lang="TH">ยังคงเป็นข้อกังขาในความถูกต้องตามหลักวิชาการ อย่างไรก็ตามในการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกปราสาทพระวิหาร นักวิชาการจากฝั่งไทยก็ยังคงเรียกร้องความถูกต้องทางวิชาการอย่างเงียบงัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในกรณีดังกล่าว นักวิชาการไทย </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align:center;margin:0;" align="center"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">รศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์ กล่าวว่า ข้อโต้แย้งทางวิชาการนี้มาจากการนำเสนอหลักฐานของทางกัมพูชาในการนำเสนอที่ ไครซ์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ พ.ศ. </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2550 <span lang="TH">ไม่ตรงกับการนำเสนอหลักฐานที่ ควิเบก พ.ศ.<span>  </span></span>2551 <span lang="TH">ข้อมูลทางวิชาการท่จะกล่าวถึงนี้มาจากการสำรวจทางโบราณคดี หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ นิวซีแลนด์ ทางกระทรวงต่างประเทศ (รัฐบาลสุรยุทธ์)ได้มอบหมายให้ทำข้อมูลเพื่อใช้เป็นข้อแย้งตามเงื่อนไขที่ต้องการให้กัมพูชาเจรจากับไทยเรื่องความทับซ้อนในพื้นที่เขาพระวิหารที่ทางกันพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียว และกัมพูชาต้องการหลักฐานว่าไทยรับรอง</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทางกรมศิลปากรได้ทำข้อมูลสำเร็จเมื่อปลายปี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2550 <span lang="TH">ในขณะที่มีการเปลี่นรัฐบาล (นายสมัคร สุนทรเวช) อย่างไรก็ตาม ด้วยระเบียบราชการทำให้ไม่มีการเผยแพร่ ทั้งนี้มีการประชุมหลังการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอีกครั้ง โดยตัวแทนผู้เข้าร่วมประชุมจากกระทรวงการต่างประเทศได้เปลี่ยนคน และเมื่อทางฝ่ายวิชาการนำเสนอ ทางกระทรวงต่างประเทศยืนยันว่าเป้นข้อมูลที่ดี แต่ไม่ต้องรีบนำเสนอ ให้ครบอีก </span>2 <span lang="TH">สัปดาห์ ซึ่งผ่านการประชุมมรดกที่ ควิเบก แคนาดา ไปแล้วจึงค่อยนำเสนอ และอีก </span>2 <span lang="TH">ปี จึงค่อยนำข้อมูลนี้มาใช้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ข้อมูลทางวิชาการที่นำเสนอไปนั้น มีข้อสังเกตว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ICOMOS <span lang="TH">สากล (องค์กรที่ปรึกษาทางวิชาการของ </span>UNESSCO<span lang="TH">) เบี่ยงประเด้นทางวิชาการและใช้คำที่ไม่เป้นกลางที่เป้นประโยชน์แก่ทางกัมพูชา</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ประการแรก หลักฐานที่กัมพูชาใช้ในการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกคือ มีชุมชนในพื้นที่ประเทศกัมพูชาใช้ปราสาทพระวิหารเป็นศูนย์กลางจักรวาล(โบราณ) ซึ่งในความเป้นจริงชุมชนที่กล่าวถึงนั้นเป้นชุมชนสมัยบายน (พุทธศตวรรษที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">18 <span lang="TH">นับถือศาสนาพุทธ นิกายมหายาน) ในขณะที่ปราสาทพระวิหารสร้างขึ้นในสมัยปาปวน ( พ.ศ.</span>1581<span lang="TH">) และเป็นศานสถานที่สร้างในลัทธิไศวนิกาย มีจารึกที่ระบุว่า พระเจ้าสุริยวรมันที่ </span>1 <span lang="TH">มาปกครอง ซึ่งบริเวณนี้เป็นพื้นที่ของกลุ่มคนผิวดำที่เคยก่อกบฎบ่อยๆ เป็นดินแดนนอกเขตพระนครจึงได้สร้างศาสนสถานไว้ให้ภักดีและปกครองได้รุ่นเดียว หลักฐานที่พบล้วนเกี่ยวข้องกับไศวนิกาย ซึ่งเป้นการสร้างศาสนสถานเพื่ออ้างอิงกับเขาพระสุเมรุหรือเขาไกรลาสที่อยู่ของพระศิวะที่สัมพันธ์กับศาสนาฮินดู</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในขณะที่ชุมชนที่กล่าวถึงในรายงานของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ICOMOS <span lang="TH">สากล ระบุว่า ชุมชนในกัมพูชา (สมัยบายน) ใช้เขาพระวิหารเป็นศูยนย์กลางจักรวาล และใช้สระน้ำ รวมทั้งมองไปทางเขาพระวิหารจะเห็นเป้นห้ายอดเหมือนเขพระสุเมรุ อย่างไรก็ตาม โบราณสถานที่พบบริเวณนั้นเป้นสมัยบายนซึ่งสร้างที่หลังและเป็นอโรคยาศาล (ที่รักษาโรค) พื้นที่อาจจะเป็นป่า </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เมื่อกล่าวถึงความสัมพันืของเขาพระวิหารกับชุมชนโบราณ จากการสำรวจพบศิวลึงค์บนลานหินและมีลำห้วยเล็กๆที่เส้นแบ่งดินแดนชั่วคราวในปัจจุบัน มองจากศิวลึงค์ไปจะเห็นยอดปราสาท ซึ่งในสมัยโบราณจะมีสายน้ำที่ไหลจากปราสาทมาผ่านศิวลึงค์เป้นสายน้ำศักดืสิทธิ์ เหมือนที่พนมกุเลนต้นน้ำเสียมเรียบ (กบาลสเปรียญ มีศิวลึงค์เล็กๆมากมายในลำธาร) มีภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์มากมายในสายน้ำ เป็นสายน้ำศักดิ์สิทธืที่พิธีกรรมสรงน้ำตามธรรมชาติแล้วและไหลไปยังเมืองพระนคร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">น้ำจากเขาพระวิหารจะไหลไปลงที่สระตราวแหล่งเก็บน้ำไว้สำหรับศาสนสถานและชุมชนที่อยู่รอบๆและชุมชนที่อยู่เบื้องล่าง ( พบหลักฐานบนพื้นที่ราบฝั่งไทยมีชุมชน) สายน้ำที่ผ่านศิวลึงค์คือพิธีกรรมทางศาสนาตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นสายน้ำคือตัวกำหนดได้ว่าผุ้ที่ใช้สายน้ำศักดิ์สิทธิ์คือชุมชนที่สายน้ำไปถึง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">จากภาพถ่ายทางอากาศจะพบว่าสายน้ำจากสระตราวได้ไหลไปรวมกันที่อ่างเก้บน้ำขนาดใหญ่ ปุจจุบันเรียกโนนหนองกะเจาและบริเวณใกล้เคียง จากการสำรวจทางโบราณคดีพบว่ามีชุมชนอยู่รอบๆ จากหลักฐานที่พบคือเครื่องถ้วยเป็นแบบเขมรที่ใช้ร่วมสมัยกับปราสาท</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งนี้ เมื่อพระเจ้าสุริยวรมันมาปกครองก้ให้เปลี่ยนชื่อเป็นทุ่งกุรุเกษตร สอดคล้องกับความเชื่อในมหากาพย์มหาภารตะตามคตฮินดู </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในประเด้นที่เกี่ยวกับบันไดทางขึ้นซึ่งอยู่ด้านเหนือตามการวางตัวของสันเขาสอดคล้องกับชุมชนที่อยู่เบื้องล่างที่ต้องเดินทางขึ้นไปทำพิธีกรรมจากทางด้านหลักนี้ เพราะแนวคิดในการสร้างศาสนสถานบนยอดเขาทางเดินจะมีเสานางเรียง มีการยกระดับเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีโคปุระ มีสะพานนาค แสดงให้เห็นถึงแนวความคิดในการก่อสร้างว่าเป็นสะพานสายรุ้งที่ทอดผ่านจากโลกมนุษย์ไปสู่สวรรคืคือยอดเขาพระสุเมรุ ดังนั้นทางขึ้นด้านหน้าจึงเป็นทางหลักและแสดงให้เห็นถึงชุมชนที่ใช้เส้นทาง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในจารึกกล่าวถึงชุมชนที่อยู่ที่ราบตามเชิงเขา ส่วนที่ว่ามีเส้นทางขึ้นทางด้านอื่นๆ เช่น ทิศตะวันออก (ขึ้นมาจากเขมรต่ำ) ก็อาจเป้นไปได้ คงใช้สำหรับพวกพราหมณ์หรือข้าทาสที่ขนของสำหรับทำนุบำรุงศาสนสถานหรือใช้สำหรับทำพิธีกรรม หรืออาจจะเป็นเส้นทางที่ตัดใหม่ขึ้นในสมัยหลังสำหรับผู้ขึ้นมาทำพิธีกรรม แต่เส้นทางที่สำคัญคือทางขึ้นด้านหน้าที่ถูกต้องตามประเพณีในกรณีที่มีพิธีกรรมทางศาสนา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ดังนั้น<strong> การขึ้นทะเบียนเฉพาะปราสาทเท่ากับการตัดขาดระหว่างศาสนสถานกับผู้ใช้ที่อยู่ข้างล่างออก ซึ่งเป้นการเบี่ยงเบนประเด้นและไม่ใช้ข้อมูลวิชาการ นอกจากนี้การประกาศขึ้นทะเบียนมรดกดลกยังสามารถประกาศขึ้นพร้อมกันได้ กลุ่มชนกลุ่มนี้คือผู้ที่สร้างและเป้นผู้ใช้ศาสนสถานอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นถ้ามีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป้นมรดกโลกเฉพาะส่วนตัวปราสาทจะทำให้ขาดองค์ประกอบสำคัญคือ </strong></span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">คน</span>’<span lang="TH"> ที่เป็นผู้สร้างและผู้ใช้ศาสนสถานนี้ ไม่ครบตามหลักเกณพืของ </span>UNESSCO <span lang="TH">ที่ขาดความเป้นของแท้ดั้งเดิม ดังนั้นควรมีการพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกดลกร่วมกันดดยไม่มีเส้นดินแดนมาแบ่ง ต้องมีการทบทวนเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนมรดกโลกใหม่ว่า ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ คุณค่าความเป็นสากลในแง่ภูมิทัศน์วัฒนธรรม (</span>outstanding universal value of culture landscape<span lang="TH">) ความแท้จริงและดั้งเดิมของโบราณสถานนั้นๆ (</span>authenticity<span lang="TH">) และสุดท้ายต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วนของแหล่งโบราณสถาน (</span>integrity<span lang="TH">)</span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ตามด้วยเหตุนี้ </span></strong><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">UNESSCO <span lang="TH">และคณะกรรมการมรดกโลกจึงยังไม่ควรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามข้อเสนอของกัมพุชาฝ่ายเดียว เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาตลอดไป ตัวปราสาทพระวิหารเองก้จะไม่สมบูรณ์เพราะถูกตัดขาดระหว่างศาสนสถานกับคนผู้ใช้ศาสนสถาน ความเป้นมรดกโลกก็ไม่สมบูรณ์ ตามเหตุผลทางวิชาการดังกล่าวข้อเสนอที่ควรพิจารณาเป้นทาออกและเพื่อไม่ให้เกิดกรรีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาคือการขึ้นทะเบียนร่วมกัน จะทำให้เกิดความสมบูรณ์ทั้งตัวปราสาทและผู้ใช้ศาสนสถานแห่งนี้ ซึ่มีตัวอย่างในประวัติมรดกดลกหลายแห่งที่ทำได้ และจะเป้นภาพพจน์อันดีของคณะกรรมการมรดกโลกและองค์การสหประชาชาติที่เป้นองค์กรระหว่างประเทศในการประสานประโยชน์ของชาวดลก ไม่ใช่กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ก่อให้เกิดความขัดแยงกัน และที่สำคัญคือไม่ควรนำมาใช้เป็นประเด้นทางการเมืองหือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งจะทำให้คุณค่าและมูลค่าของปราสาทพระวิหารตกต่ำลง </span></span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">(ส่วนที่เน้นความเป้นการเรียบเรียงเพิ่มเติมจาก รศ.ดรซศักดิ์ชัย สายสิงห์.ความเห้นแย้งในกรณีกัมพูชาขอขินทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก.เอกสารประการการนำเสนอในโครงการสนทนาวันศุกร์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">: <span lang="TH">ปราสาทพระวิหาร ความข้อใหม่ทางวิชาการที่กัมพูชาและยูเนสโกขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก </span>11 <span lang="TH">ก.ค. </span>2551 <span lang="TH">)</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ภารณี สวัสดิรักษ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ICOMOS <span lang="TH">ไทย กล่าวว่า กัมพูชาได้ขอขึ้นทะเบียนเขาพะวิหารฝ่ายเดียวมาตั้งแต่ พ.ศ. </span>2535 <span lang="TH">และใช้เอกสารเดียวกันนำเสนอในการประชุมคณะรรมการมรดกโลกที่ ไครซ์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ในปี </span>2550 <span lang="TH">ที่ประชุมมีมติว่า ต้องเป้นการร่วมมือกันของทั้ง </span>2 <span lang="TH">ประเทศ เพราะพรมแดนติดกันเพราะกัมพุชาได้ยื่นทะเบียนขอเป็นแหล่ง จึงต้องมีแผนการบริหารจัดการ่วมกัน และไทยต้องมี </span>Active Support <span lang="TH">ต่อการยื่นขอของกัมพูชา ซึ่งแผนดังกล่าวต้องทำก่อนมีการประชุมที่ควิเบก ประเทศแคนาดา พ.ศ. </span>2551</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ต่อมา </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ICOMOS <span lang="TH">ไทยได้ทำเอกสาร </span>1 <span lang="TH">ชิ้น โดยให้วามเห้นว่าหากกัมพุชายื่นขอเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวจะทำให้เป้นมรดกโลกที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และได้ทำแผนบริหารจัดการเขาพระวิหารในพื้นที่ประเทศไทย มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมการไว้ในการประชุมที่ ควิเบก มองค์ประกอบชุมชนและประวัติศาสตร์ที่จะทำให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมติคณะกรรมการมรดกโลกที่ไครซ์เชิร์ต</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span><span lang="TH">นอกจากนี้ข้าราชการจากไทยและตัวแทน </span>ICOMOS <span lang="TH">เดินทางไปกัมพูชาเพื่อยื่นร่วมบริหารจัดการ ทางกัมพูชาแสดงท่าทีปฏิเสธในการประชุมที่เสียมเรียบ ทางด้าน </span>ICOMOS <span lang="TH">สากลส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมิน อย่างไรก้ตาม ทาง </span>ICOMOS <span lang="TH">ไทยเห้นว่าข้อมูลทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ผู้เชี่ยวชาญ </span>ICOMOs <span lang="TH">สากลนำเสนอไม่ถูกต้อง แต่ทำเพื่อให้กัมพูชาสามารถยื่นจดทะเบียนมรดกโลกได้ ซึ่งการเป็นมดกโลกได้ต้องมี </span>outstanding universal value <span lang="TH">เป็นองค์ความรู้ที่ไม่ควรบิด (ดังที่เสนอไปแล้วโดย รศ.ดร.ศักดิชัย)ทาง </span>ICOMOS <span lang="TH">ไทยจึงขอถอนตัวอย่างเป็นทางการ และไม่มี </span>Active Support <span lang="TH">ในเรื่องการทำงานวัฒนธรรมจากฝ่ายไทย และกลับมาทำแผนการบริหารจัดการเฉพาะในพื้นที่ประเทศไทย ดังนั้นจึงเห้นว่าคณะกรรมการมรดกดลกควรชะลอและควรเคารพหลักเกณฑ์ที่ตัวเองตั้งไว้ในการต้องทำงานร่วมกับประเทศไทย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นอกจากนี้ ในการนำเสนอข้อมูลทางกัมพูชานำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียวในขณะที่ยังมีพื้นที่ทับซ้อนอยู่จึงควรต้องมองพื้นที่เชื่อมโยง การตีความเนื้อหาทางประวิศาสตร์นั้นทางนักวิชาการไทยมองว่าไม่ถูกต้องเพราะกัมพุชามองว่าเป็นศาสนสถนเกี่ยวกับพุทธ แต่เขาพระวิหารเป้นศาสนสถานในฮินดู จึงเป็นองค์ความรู้ที่ไม่ถูกต้องและจะถูกโต้แย้งในอนาคต </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่างไรก้ตาม การลงนามในแถลงการณ์ร่วมโดยกระทรวงการต่างประเทศก็เกิดขึ้น ซึ่งนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในขณะนั้นได้ลงนามในลักษณะ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Active Support <span lang="TH">ในขณะที่ </span>Activ Support <span lang="TH">ทางวัฒนธรรมยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ นายนพดลยังกล่าวว่าทางกัมพูชาได้ขอขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ในขณะที่เอกสารที่กัมพูชายื่นที่ควิเบกนั้นยังเป็นเอกสารเดิที่ยื่นที่ไครซืเชิร์ตซึ่งยื่นขอขึ้นทะเบียนนเป็นแหล่ง และใช้แถลงการณ์ร่วมมาประกอบด้วย และกัมพูชาไม่ได้บอกว่าทาง </span>ICOMOS <span lang="TH">ไม่ยอมรับการประเมินทางวิชาการ ทั้งหมดจึงเป้นคำถามที่มีต่อ </span>‘<span lang="TH">คณะกรรมการมรดกโลก</span>’ <span lang="TH">ซึ่งกัมพุชาได้อ้าง แถลงการร่วมเป็น </span>Active Support <span lang="TH">โดยยังไม่มีกาแก้ไขเนื้อหาที่ฝ่ายไทยกังขาซึ่งผิดกติกาข้อมบังคับที่ต้องทำให้ถูกต้องก่อนการพิจารณา และไม่ใช่ว่าคณะกรรมการมรดกดลกจะไม่รับรู้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือเมื่อได้รับการขึ้นทะเบียนเป้นมรดกดลกแล้ว ทางกัมพูชาจะต้องยื่นแผนการบริหารจัดการ ซึ่งไทยเป็นภาคีและมีความร่วมมือในกาบริหารจัดการ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">7 <span lang="TH">ประเทศ คำถามในอนาคตคือเราจะร่วมมือได้อย่างไรเพราะไม่รู้ว่าพื้นที่จัดการอยู่ตรงไหนบ้าง ความร่วมมือทางวัฒนธรรมก้ยังไม่ได้เห็นชอบ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">การปฏิเสธการยื่นร่วมเป้นมรดกของไทยถูกคณะกรรมการมรดกโลกปฏิเสธเป้นเรื่อง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2 <span lang="TH">มาตรฐาน เพราะถูกมองว่าเสียเวลาในการพิจารณา จึงอยากตั้งคำถามว่ามีการเมืองในเรื่องมรดกทางวัฒนะรรมด้วยหรือไม่ และ </span>7 <span lang="TH">ประเทศที่จะเข้ามาร่วมบริหารมีเบื้องหลังอย่างไร หากดำเนินการด้วย </span>7 <span lang="TH">ประเทศและไทยแพ้ในการโหวตจะเป้นอย่างไร ประเด้นนี้ไม่ใช่มาตร </span>190 <span lang="TH">แต่เป้นเรื่องที่รัฐจะต้องให้ข้อมูลต่อประชาชน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ดังนั้น การที่ไทยเป้นอนุภาคีมันสามารถตั้งคำถามกัมพุชาได้ ไม่ใช่บอกเหมือนที่นายปองพล อดิเรกสาร บอกแค่เขาให้มาถามว่าจะร่วมหรือไม่ ไม่ใช่การตอบแค่ไทยจะ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Say Yes <span lang="TH">หรือ </span>No <span lang="TH">แต่ต้องตั้งคำถามต่อความโปร่งใสชัดเจน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในช่วงการรอเวลาการยื่นนำเสนอแผนบริหารจัดการ คิดว่าแผนบริหารจัดการของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ICOMOS <span lang="TH">ไทย มีน้ำหนักมีข้อมุลทางวิชาการ ซึ่งมีโอกาสในการมีส่วนร่วมในพื้นที่ประเทศไทย ทั้งนี้คำว่า </span>‘<span lang="TH">ส่วนร่วม</span>’<span lang="TH"> กับ การยื่นเป้นมรดกโลกทีหลัง มีนัยยะต่างกัน เพราะการยื่นทีหลังมันต้องอ้างอิงตัวปราสาทพระวิหารและอาจเป้นนัยยะที่อาจนำไปสู่การเสียเปรียบเรื่องเขตดินแดน และอาจมีการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซง ดังนั้น ในการร่วมมือเรามีสิทธิในการตั้งคำถามไม่ใช่แค่การ </span>Say Yes <span lang="TH">หรือ </span>No<span lang="TH"> ในการประชุมมรดกดลกที่ผ่านมาความเห็นในเรื่องคุณค่าทางวัฒนธรรมไม่ถุกนำเสนอเลย และมรดกดลกจะถูกทำร้ายถ้าเรานำการเมืองมาตัดสินใจ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<table class="MsoTableGrid" style="border-collapse:collapse;" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td style="width:426.1pt;background-color:transparent;border:windowtext 1pt solid;padding:0 5.4pt;" width="568" valign="top">
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">พิสิฐ เจิรญวงศ์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หลายแหล่งมรดกโลกมีปัญหาเพราะมักเรียกอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ (</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Convention ConCerning the Protection of World Cultural and Natural<span lang="TH">) กันสั้นๆโดยตัดคำว่า </span>‘<span lang="TH">คุ้มครอง</span>’ <span lang="TH">ออกทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นเรียกว่า อนุสัญญมรดกโลก (</span>World Heritae Convention<span lang="TH"> ) ซึ่งรัฐภาคีต้องมีหน้าที่คุ้มครองแหล่งนั้นๆห้านที่สุดเพราะมีคุณค่าสูงและสำคัญต่อมนุษยชาติไม่ใช่ตักตวงผลประโยชน์อย่างที่เข้าใจ และไม่มีข้อไหนในอนุสัญญาบอกว่าทำอะไรก็ได้ แต่พอตัดคำว่า </span>‘<span lang="TH">คุ้มครอง</span>’ <span lang="TH">ออกก้จะเอาประโยชน์กันท่าเดียว หลยแหล่งมีปัญหาเพราะใช้เป้นแหล่งท่องเที่ยว</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกดลกนั้น สิ่งที่รัฐภาคีต้องปฏิบัติเป้นประการแรกคือ การมีส่วนร่วมของประชากรทุกภาคส่วน ต้องส่งเสริมให้ประชาชนชื่นชมและเคารพแหล่งมรดกโลกโดยเฉพาะการให้ความรู้ละการศึกา ขณะเดียวกันรัฐต้องแจ้งให้ประชาชนราบถึงภัยคุกคามมรดกโลกทั้งจากภัยธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ที่ลักลอบทำลาย และต้องมีความรับผิดชอบต่อภาคีสมาชิก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แนวปฏิบัติก่อนขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น จะต้องเตรียมรายชื่อชั่วคราวว่าจะยื่นอะไรบ้าง พร้อมเหตุผล การเตรียมรายชื่อทุกภาคส่วนต้องได้รับการหารือและทำงานร่วมกันตั้งแต่ผู้จัดการแหล่ง หน่วยปกครองส่วนท้องถิ่น ภูมิภาค ชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน และกลุ่มองค์กรที่สนใจ และในข้อ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">123 <span lang="TH">ได้เตือนว่าต้องมีคนในท้องถิ่นเข้าร่วมด้วย เหตุผลเพื่อให้คนมีความรู้ในกาทำงานดูแลรักาด้วย อย่างไรก้ตาม ที่ผ่านมาไม่เคยมีประเทศไหนทำเลย ไม่ว่าไทยหรือกัมพูชา และหลายประเทศก็ละเลย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งนี้แม้ว่าอนุสัญญานี้เป็นของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">UNESSCO <span lang="TH">แต่ความจริงแล้วอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการมรดกโลกที่ </span>UNESSCO <span lang="TH">วางไว้ให้เป็นผู้พิจารณา อนุสัญญานี้เกิดขึ้นในปี </span>2515 <span lang="TH">ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีการขึ้นทะเบียนครั้งแรกใน พ.ศ. </span>2521 <span lang="TH">มีมรดกโลก </span>8 <span lang="TH">แห่ง ล่าสุดในการประชุมวันที่ </span>21 <span lang="TH">ก.ค. </span>2551<span lang="TH"> มีมรดกดลก </span>878 <span lang="TH">แหล่ง จากประเทศภาคี </span>185 <span lang="TH">ประเทศ โดยมี </span>40 <span lang="TH">ประเทศไม่มีแหล่งมรดกโลก ส่วนหนึ่งพราะไม่มีใครช่วยศึกาและเตรียมข้อมูลนำเสนอ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สำหรับประเทศไทย มีมรดกโลก </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5 <span lang="TH">แหล่ง <span> </span>เป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม </span>3 <span lang="TH">แหล่งได้แก่ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง (ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร)</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นครประวัติศาสตร์อยุธยาและเมืองที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">มรดกโลกทางธรรมชาติ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2 <span lang="TH">แหล่ง ได้แก่</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">– <span lang="TH">ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ป่าเขาใหญ่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">– <span lang="TH">ดงพญาเย็น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งนี้ การขอเป็นมรดกโลกไม่จำเป้นต้องมีพื้นที่ติดกันก็ได้ บางประเทศ มี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">10 <span lang="TH">ประเทศ ยื่นขอร่วมกัน เช่น สตรูเว่จีโอเคติกอาร์ค หรือเสาสำรวจโบราณ ส่วนกรณีการขอมรดกโลกร่วมกันของไทย </span>– <span lang="TH">กัมพูชานั้น เมื่อไทยยื่นขอเป็นมรดกโลกร่วมกันและกัมพูชาปฏิเสธนั้นปัจจุบันยังไม่มีใครบอกเหตุผลในการปฏิเสะหลังการคุยเมื่อ </span>1 <span lang="TH">ปี ก่อนเลย มีการบอกเพียงว่า เขาปฏิเสธ ในขณะที่ในดลกนี้มีพื้นที่ที่จัดการมรดกโลกร่วมกันหลยแหล่งที่ทำได้ เช่น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">พื้นที่ในแคมเบีย เซเนกัล ประกาศมรดกโลกร่วมกันโดยมีพื้นที่ทั้งหมดเพียง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">350 <span lang="TH">ตร.กม.</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ธารนำแข็งที่กั้นระหว่าแคนาดาและอเมริกา ที่ยื่นขอเป้นมรดกโลกเพื่อให้เข้าสู่ความร่วมมือในประชากรโลก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สวนสาธารณะและปราสาท </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Muskauer</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> Park</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> <span lang="TH">ในพื้นที่เยอรมันและโปแลนด์</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-indent:-18pt;margin:0 0 0 36pt;"><span style="font-size:10pt;"><span><span style="font-family:Times New Roman;">-<span style="font-family:&quot;">          </span></span></span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทุ่งหญ้าและภูเขาที่รัสเซียและมองโกเลีย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/archaeo45.wordpress.com/62/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/archaeo45.wordpress.com/62/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/62/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/62/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/62/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/62/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/62/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/62/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/62/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/62/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/62/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/62/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=62&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2008/08/06/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>The Road Home – ทางกลับบ้าน เมื่อวานนี้</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2008/06/04/the-road-home-%e2%80%93-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2008/06/04/the-road-home-%e2%80%93-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jun 2008 05:09:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo ไร้สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง
 
ความมืดเริ่มแผ่ปกคลุมรอบๆบริเวณ หญิงเฒ่ากำเศษเหรียญจำนวนสามบาทห้าสิบสตางค์เอาไว้ในมือ สายตามองตามรถปรับอากาศติดแอร์สีส้มสาย 60 ที่เพิ่งผ่านไปอย่างเลื่อนลอย แต่ด้วยจำนวนเงินที่มีในมือคงทำได้เพียงอดทนรอเหมือนที่ริ้วรอยย่นบนหน้าผากและผิวพรรณที่แห้งกร้านแสดงออกมาทั้งชีวิต การรอคอยยังมีความหวัง เพราะอีกไม่นานรถเมล์คันสีแดงคงจะขับผ่านมาอีกรอบ เมื่อไม่นานมานี้เองเศษเงินราคาไม่ถึงห้าบาทยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังของเส้นทางกลับบ้าน   
 
เพียงกระพริบตากาลเวลาก็ล่วงผ่าน ถึงพุทธศักราช 2551 ภายในรอบครึ่งปีแรก ราคาน้ำมันในตลาดดลกทุนนิยมเสรีถีบตัวขึ้นสูงลิ่วจ่อทะลุ 40 บาทต่อลิตรจากเดิมที่มีราคาไม่ถึงยี่สิบบาท ทำให้ค่าตั๋วรถเมล์ประจำทางต้องขยับปรับราคากันหลายขยัก เงินห้าบาทไม่สามารถขึ้นรถเมล์ได้อีกแล้ว 
 
ในคืนวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เป็นที่รู้กันว่าช่วงเวลาแบบนี้รถจะติดมาก ที่อยู่ไกลหน่อยถึงมีรถส่วนตัวกว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่น แต่วันนี้รถเมล์สีขาว รถปรับอากาศสีน้ำเงิน หรือแม้แต่รถเมล์คันเล็กๆสีเขียวที่เรียกกันว่า ‘รถร่วม’ หยุดวิ่งให้บริการหมดแล้ว เขาบอกว่ามันไม่คุ้มกับการวิ่งที่ต้องแบกรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
 
&#8230;..มันคงไม่คุ้มค่ากับการแบกความหวังของการกลับบ้านของผู้คนเอาไว้ด้วย&#8230;.
 
ฝนยังคงตกหนัก แต่ที่ป้ายรถเมล์คนยังออกันแน่น ผลัดกันชะเง้อออกมองไปลิบๆของถนน คอยรถเมล์คันต่อไปด้วยความหวังและอ่อนล้า แม้ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาด้วยการจัดหารถมาเสริมแทนที่ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนักเมื่อเทียบกับปริมาณผู้คนที่เดิมทีก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว แท็กซี่และสามล้อถูกเรียกใช้สำหรับผู้พอมีพอกินที่กัดฟันได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถตัดสินใจทำเช่นนั้นได้
 
ชุดนักเรียนสีขาวเริ่มเปียกชุ่มละอองฝน มือกอดอกสะท้านขนตั้งเป็นหนังไก่ หลังตรากตรำความเครียดของการศึกษามาเกือบสิบชั่วโมง คุณพ่อ คุณแม่บางคนนำรถมาเทียบจอดเฉื่อยฉิวรับลูกกลับบ้านอย่างอบอุ่น แต่อีกหลายคนกำลังล้วงกระเป๋านับเศษเหรียญเพราะรถเมล์ขยับราคาหลายครั้งจนจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อวานจ่ายค่าตั๋วไปกี่บาท
 
ในบางเส้นทางเคยมีแต่ ‘รถร่วม’ วิ่งอย่างเป็นปกติ แต่วันนี้ที่ไม่ปกติรถเสริมที่จัดหามาแทนที่มีแต่รถปรับอากาศราคาก็ต้องสูงขึ้นตามเส้นทาง เศษเงินในกระเป๋ากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง แต่ไม่มีทางเลือก ลมฝนซ่อนความหนาวสะท้าน ในขณะที่ถนนไม่ได้มีทางเท้า หลังคาหรือแม้แต่ทางเดินที่ปลอดภัยในทุกช่วง บนเส้นทางกลับบ้าน แม้แต่การเดินเท้าก็ยังดูตีบตันเหลือเกิน
 
กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ที่มีแสงสีและมีความฝันมากมาย แต่ความหวังของคนจนในเมือง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=61&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#ff6600;font-family:Tahoma;">ภาพันธ์ รักษ์ศรีทอง</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ความมืดเริ่มแผ่ปกคลุมรอบๆบริเวณ หญิงเฒ่ากำเศษเหรียญจำนวนสามบาทห้าสิบสตางค์เอาไว้ในมือ สายตามองตามรถปรับอากาศติดแอร์สีส้มสาย </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">60 <span lang="TH">ที่เพิ่งผ่านไปอย่างเลื่อนลอย แต่ด้วยจำนวนเงินที่มีในมือคงทำได้เพียงอดทนรอเหมือนที่ริ้วรอยย่นบนหน้าผากและผิวพรรณที่แห้งกร้านแสดงออกมาทั้งชีวิต การรอคอยยังมีความหวัง เพราะอีกไม่นานรถเมล์คันสีแดงคงจะขับผ่านมาอีกรอบ เมื่อไม่นานมานี้เองเศษเงินราคาไม่ถึงห้าบาทยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังของเส้นทางกลับบ้าน<span>   </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เพียงกระพริบตากาลเวลาก็ล่วงผ่าน ถึงพุทธศักราช </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2551 <span lang="TH">ภายในรอบครึ่งปีแรก ราคาน้ำมันในตลาดดลกทุนนิยมเสรีถีบตัวขึ้นสูงลิ่วจ่อทะลุ </span>40 <span lang="TH">บาทต่อลิตรจากเดิมที่มีราคาไม่ถึงยี่สิบบาท ทำให้ค่าตั๋วรถเมล์ประจำทางต้องขยับปรับราคากันหลายขยัก เงินห้าบาทไม่สามารถขึ้นรถเมล์ได้อีกแล้ว </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในคืนวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">29 <span lang="TH">พฤษภาคม </span>2551 <span lang="TH">ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เป็นที่รู้กันว่าช่วงเวลาแบบนี้รถจะติดมาก ที่อยู่ไกลหน่อยถึงมีรถส่วนตัวกว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่น แต่วันนี้รถเมล์สีขาว รถปรับอากาศสีน้ำเงิน หรือแม้แต่รถเมล์คันเล็กๆสีเขียวที่เรียกกันว่า </span>‘<span lang="TH">รถร่วม</span>’ <span lang="TH">หยุดวิ่งให้บริการหมดแล้ว เขาบอกว่ามันไม่คุ้มกับการวิ่งที่ต้องแบกรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">&#8230;..มันคงไม่คุ้มค่ากับการแบกความหวังของการกลับบ้านของผู้คนเอาไว้ด้วย&#8230;.</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ฝนยังคงตกหนัก แต่ที่ป้ายรถเมล์คนยังออกันแน่น ผลัดกันชะเง้อออกมองไปลิบๆของถนน คอยรถเมล์คันต่อไปด้วยความหวังและอ่อนล้า แม้ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาด้วยการจัดหารถมาเสริมแทนที่ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนักเมื่อเทียบกับปริมาณผู้คนที่เดิมทีก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว แท็กซี่และสามล้อถูกเรียกใช้สำหรับผู้พอมีพอกินที่กัดฟันได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถตัดสินใจทำเช่นนั้นได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ชุดนักเรียนสีขาวเริ่มเปียกชุ่มละอองฝน มือกอดอกสะท้านขนตั้งเป็นหนังไก่ หลังตรากตรำความเครียดของการศึกษามาเกือบสิบชั่วโมง คุณพ่อ คุณแม่บางคนนำรถมาเทียบจอดเฉื่อยฉิวรับลูกกลับบ้านอย่างอบอุ่น แต่อีกหลายคนกำลังล้วงกระเป๋านับเศษเหรียญเพราะรถเมล์ขยับราคาหลายครั้งจนจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อวานจ่ายค่าตั๋วไปกี่บาท</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในบางเส้นทางเคยมีแต่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">รถร่วม</span>’ <span lang="TH">วิ่งอย่างเป็นปกติ แต่วันนี้ที่ไม่ปกติรถเสริมที่จัดหามาแทนที่มีแต่รถปรับอากาศราคาก็ต้องสูงขึ้นตามเส้นทาง เศษเงินในกระเป๋ากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง แต่ไม่มีทางเลือก ลมฝนซ่อนความหนาวสะท้าน ในขณะที่ถนนไม่ได้มีทางเท้า หลังคาหรือแม้แต่ทางเดินที่ปลอดภัยในทุกช่วง บนเส้นทางกลับบ้าน แม้แต่การเดินเท้าก็ยังดูตีบตันเหลือเกิน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ที่มีแสงสีและมีความฝันมากมาย แต่ความหวังของคนจนในเมือง เส้นทางกลับบ้านยังคงเป็นเรื่องโหดร้ายยากเย็น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วันนี้ คุณยายชราที่กำลังรอเมล์สาย </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">60 <span lang="TH">คนนั้นจะกลับถึงบ้านหรือยังหนอ&#8230;.</span></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/archaeo45.wordpress.com/61/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/archaeo45.wordpress.com/61/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/61/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/61/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/61/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/61/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/61/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/61/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/61/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/61/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/61/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/61/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=61&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2008/06/04/the-road-home-%e2%80%93-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ย้อนรอย ‘ดาวสยาม’ สื่อเพื่อ ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ’ กับกรณีปล่อยผีดูดเลือด 6 ตุลา 2519</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2008/05/26/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e2%80%98%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e2%80%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2008/05/26/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e2%80%98%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e2%80%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 May 2008 10:44:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo politics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=60</guid>
		<description><![CDATA[26 พ.ค. 51
 
ไม่คิดว่าจะต้องรำลึกถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 กันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของปีนี้ เพราะเดือนพฤษภาคมก็มีประวัติศาสตร์บาดแผลจากเหตุการณ์ พ.ศ. 2535 ที่ต้องรำลึกกันอยู่แล้ว แต่ด้วยบรรยากาศทางสังคมที่เป็นอยู่ คนร่วมสมัยนั้นหรือผู้ที่ศึกษาเรื่องราวในปี 2519 ค่อนข้างกังวลกันมากว่ามันคล้ายกับบรรยากาศใน พ.ศ. 2519 ที่มีความล่อแหลมทางสถานการณ์และกลิ่นคาวเลือดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปรากฏการณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนบางองค์กรที่สร้างภาพลักษณ์ของตัวเองให้ ‘อนุรักษ์นิยม’ ตกโลก และทำหน้าที่นักปลุกระดม “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” แบบเดียวกับสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งใน พ.ศ. 2519 เคยทำหน้าที่นี้ด้วยการจัดผู้ที่มีความคิดเห็นต่างไปวางไว้ในฝ่ายที่ต้องจี้ให้รัฐปราบปราม วิธีการที่ไม่ปรับปรุงเลยแม้จะล่วงผ่านเวลามากว่า 30 ปีแล้วก็คือการแปะยี่ห้อบนหน้าผากอีกฝ่ายไว้ก่อนว่า ‘ผู้ล้มล้างสถาบัน’ เพราะสามารถสร้างกระแสอารมณ์ทางสังคมให้จัดการคนเหล่านี้ได้อย่างไม่เลือกวิธีใช้และอาจจะไม่บาปด้วย 
 
หากพูดถึงการกระทำอันป่าเถื่อน โหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรมที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในประเทศไทย จะต้องถูกนับไว้ในนั้นด้วยและชนวนเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความป่าเถื่อนในครั้งนั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยเฉพาะการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ชื่อ ‘ดาวสยาม’
 
หนังสือพิมพ์ ‘ดาวสยาม’ เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีหัวชื่อหนังสือสีส้ม แต่สำหรับนักศึกษาในยุค 2519 เรียกว่า ‘กระดาษเปื้อนหมึกสีส้ม’ มีสัญลักษณ์เป็นรูปปลาดาวสีขาวเปล่งรัศมี 32 แฉกภายในวงกลม โดยมีตัวพิมพ์สีดำว่า ‘ดาว’ อยู่ตรงกลาง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=60&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">26 พ.ค. 51</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ไม่คิดว่าจะต้องรำลึกถึงเหตุการณ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">กันตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของปีนี้ เพราะเดือนพฤษภาคมก็มีประวัติศาสตร์บาดแผลจากเหตุการณ์ พ.ศ. </span>2535 <span lang="TH">ที่ต้องรำลึกกันอยู่แล้ว แต่ด้วยบรรยากาศทางสังคมที่เป็นอยู่ คนร่วมสมัยนั้นหรือผู้ที่ศึกษาเรื่องราวในปี </span>2519 <span lang="TH">ค่อนข้างกังวลกันมากว่ามันคล้ายกับบรรยากาศใน พ.ศ. </span>2519 <span lang="TH">ที่มีความล่อแหลมทางสถานการณ์และกลิ่นคาวเลือดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปรากฏการณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนบางองค์กรที่สร้างภาพลักษณ์ของตัวเองให้ </span>‘<span lang="TH">อนุรักษ์นิยม</span>’ <span lang="TH">ตกโลก และทำหน้าที่นักปลุกระดม </span>“<span lang="TH">เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์</span>” <span lang="TH">แบบเดียวกับสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งใน พ.ศ. </span>2519 <span lang="TH">เคยทำหน้าที่นี้ด้วยการจัดผู้ที่มีความคิดเห็นต่างไปวางไว้ในฝ่ายที่ต้องจี้ให้รัฐปราบปราม วิธีการที่ไม่ปรับปรุงเลยแม้จะล่วงผ่านเวลามากว่า </span>30 <span lang="TH">ปีแล้วก็คือการแปะยี่ห้อบนหน้าผากอีกฝ่ายไว้ก่อนว่า </span>‘<span lang="TH">ผู้ล้มล้างสถาบัน</span>’ <span lang="TH">เพราะสามารถสร้างกระแสอารมณ์ทางสังคมให้จัดการคนเหล่านี้ได้อย่างไม่เลือกวิธีใช้และอาจจะไม่บาปด้วย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หากพูดถึงการกระทำอันป่าเถื่อน โหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรมที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เหตุการณ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">ในประเทศไทย จะต้องถูกนับไว้ในนั้นด้วยและชนวนเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความป่าเถื่อนในครั้งนั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนโดยเฉพาะการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ชื่อ </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’<span lang="TH"> เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีหัวชื่อหนังสือสีส้ม แต่สำหรับนักศึกษาในยุค </span>2519 <span lang="TH">เรียกว่า </span>‘<span lang="TH">กระดาษเปื้อนหมึกสีส้ม</span>’<span lang="TH"> มีสัญลักษณ์เป็นรูปปลาดาวสีขาวเปล่งรัศมี </span>32 <span lang="TH">แฉกภายในวงกลม โดยมีตัวพิมพ์สีดำว่า </span>‘<span lang="TH">ดาว</span>’ <span lang="TH">อยู่ตรงกลาง บรรทัดถัดไปเป็นคำขวัญ </span>“<span lang="TH">หนังสือพิมพ์เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์</span>” <span lang="TH">ฉบับแรกออกเมื่อวันที่ </span>29 <span lang="TH">เมษายน </span>2517 <span lang="TH">แต่มามีบทบาทครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในวันที่ </span>4,5 <span lang="TH">และ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">และอาจเป็นไอด้อลของสื่อมวลชนไทยหลายฉบับในขณะนี้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">โดมิโนสังคมนิยม <span> </span></span></strong><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">2519 ‘<span lang="TH">ความกลัว</span>’ </span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">วันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">เกิดกรณีสังหารหมู่นักศึกษาและประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย </span>39 <span lang="TH">คน และบาดเจ็บ </span>145 <span lang="TH">คน </span>[1] <span lang="TH">(แต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันบอกว่ามีคนตายเพียง </span>1 <span lang="TH">คนเท่านั้น) สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือการนองเลือดครั้งนี้ไม่มีการจับกุมฆาตกรผู้สังหารเลยแม้แต่คนเดียว ในทางตรงข้ามนักศึกษาและประชาชนที่เหลือรอดจากการถูกสังหารจำนวน </span>3,094 <span lang="TH">คน กลับถูกจับกุมทั้งหมดในวันนั้นเอง </span>[2] <span lang="TH">ต่อมามี </span>27 <span lang="TH">คนถูกอายัดตัวเพื่อดำเนินคดี สุดท้ายตกเป็นจำเลย </span>19 <span lang="TH">คน ถูกคุมขังและดำเนินคดีเกือบ </span>2 <span lang="TH">ปี</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เหตุการณ์เดินมาถึงการสังหารหมู่อย่างเลือดเย็นโดยประชาชนด้วยกันเองและรัฐในวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">ได้อย่างไร คงต้องย้อนกลับไปมองกันตั้งแต่กรณี </span>14 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2516 <span lang="TH">ซึ่งนักศึกษาและประชาชนได้ลุกขึ้นมารวมตัวเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยจากรัฐบาลเผด็จการจอมพลถนอม กิตติขจร ที่สืบทอดอำนาจกันเรื่อยมาตั้งแต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐได้ ระบอบนี้ดำเนินต่อเนื่องถึง </span>16 <span lang="TH">ปี จนมาถึงวันที่ </span>14 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2516<span lang="TH"> เมื่อมีการรวมตัวกันของประชาชนดังกล่าวก็สามารถกดดันจนจอมพลถนอม กิตติขจร ต้องประกาศลาออกจากนายกรัฐมนตรี และเดินทางออกนอกประเทศ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ชัยชนะของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">14 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2516 <span lang="TH">ทำให้การผูกขาดความคิดโดยรัฐพังทลายลง สังคมไทยมีเสรีภาพทางความคิดเต็มที่ ความรู้ ความคิดแบบสังคมนิยมที่เคยเป็นสิ่งต้องห้ามจึงได้รับความสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกระแสการตื่นตัวของประชาชนที่สนใจในเรื่องความรู้เกี่ยวกับจีนอย่างจริงจัง หัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่ทำให้ความคิดสังคมนิยมเป็นที่สนใจมากขึ้นคือ </span>‘<span lang="TH">นิทรรศการจีนแดง</span>’ <span lang="TH">จัดโดยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี </span>2517 <span lang="TH">ซึ่งมีทั้งประวัติบุคคลสำคัญลัทธิคอมมิวนิสต์ ความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับจีน การเมือง การศึกษา เศรษฐกิจและฉายภาพยนตร์ที่มาจากจีนคอมมิวนิสต์ด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เรื่องราวเกี่ยวกับจีนเผยแพร่ต่อสาธารณะชนในมุมที่หลากหลายอย่างกว้างขวาง</span> [3] </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นอกจากนี้ มีหนังสือแนวสังคมนิยมตีพิมพ์ออกมาอีกหลายเล่ม เช่น ศิลปะปฏิวัติ ซึ่งเป็นหนังสือแสดงภาพปั้นชาวนาของจีน (ถูกสันติบาลสั่งเก็บเป็นเล่มแรกในปี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2518 <span lang="TH">เพราะทางกรมตำรวจได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นหนังสือที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้) หนังสือคำประกาศแห่งความเสมอภาค ของ คาร์ลมาร์กซและเฟรเดอริก เองเกลส์<span>  </span>วิวัฒนาการของสังคม ของ สุพจน์ ด่านตระกูล หนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย ของ จิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งทำสถิติหนังสือขายดี และอีกเล่มหนึ่งซึ่งขายดีเช่นกันคือ ศิลปเพื่อชีวิต ศิลปเพื่อประชาชน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เรื่องราวที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งในยุคนั้นเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างเสมอจากประชาชนเสมอและถูกตีพิมพ์อย่างมากในปี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2517 <span lang="TH">คือ กรณีสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีการพิมพ์เรื่อง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต ของ สุพจน์ ด่านตระกูล กรณีสวรรคต </span>9 <span lang="TH">มิถุนายน </span>2489 <span lang="TH">ของ สรรใจ แสงวิเชียร และ วมลพรรณ ปีตธวัชชัย ส่วนเล่มสำคัญในกรณีนี้คือ </span>‘<span lang="TH">กงจักรปีศาจ</span>’<span lang="TH"> ซึ่ง ร.อ.ชลิต ชัยสิทธิเวช แปลจาก </span>The Devil’s Discus <span lang="TH">ของ </span>Rayne Kruger </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">บรรยากาศช่วงนี้อาจเรียกว่าเป็นบรรยากาศช่วง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดอกไม้ร้อยเบ่งบาน</span>’ <span lang="TH">ซึ่งต่อเนื่องไป จนถึงปี </span>2518 <span lang="TH">การเผยแพร่ของหนังสือเหล่านี้ถือได้ว่านำมาซึ่งการปฏิวัติภูมิปัญญาของสังคมไทย ทำให้นักศึกษาปัญญาชนจำนวนมากหลุดจากรอบความคิดแบบเก่าสู่โครงสร้างทางความคิดแบบใหม่ คือ สังคมนิยม การที่แนวคิดของสังคมนิยมเป็นที่ยอมรับส่วนหนึ่งเพราะทฤษฎีมาร์กซสามารถวิเคราะห์สังคมเก่าได้อย่างมีพลัง </span>[4] <span lang="TH">และเสนอทางออกได้ชัดเจนว่า สังคมมนุษย์เป็นสังคมที่มีชนชั้น มีการกดขี่ขูดรีดเอาเปรียบกัน </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เพื่อรักษาการขูดรีดนั้น ชนชั้นปกครองจะสร้างรัฐขึ้นมาปกป้องอำนาจตน และสร้างศาสนาและวัฒนธรรมขึ้นมอมเมาประชาชน แต่สาระสำคัญที่ชนชั้นปกครองต้องรักษาไว้คือการขูดรีดทางเศรษฐกิจ แต่ปรัชญาสังคมนิยม มนุษย์เป็นผู้สร้างสังคมของตนเอง ดังนั้น ชนชั้นชาวนาและกรรมกรจึงสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้โดยรวมพลังกันปฏิวัติเพื่อโค่นล้มสังคมที่กดขี่ลง แล้วสร้างสังคมใหม่ของชนชั้นกรรมาชีพที่มนุษย์จะมีความเสมอภาคไม่มีการขูดรีดกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เหตุเหล่านี้ทำให้อุดมการณ์สังคมนิยมค่อยๆกลายเป็นอุดมการณ์ของขบวนการนักศึกษาไทย (มีแกนกลางอยู่ที่ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย มีบทบาทสูงมากตั้งแต่ก่อน </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">14 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2516<span lang="TH">) เป็นอาวุธที่ใช้วิพากษ์ชนชั้นและวิเคราะห์สังคม ว่าเป็นสังคมชนชั้น กดขี่ขูดรีด ชนชั้นปกครองสมคบกับจักรวรรดินิยมอเมริกา หนทางแก้ไขจะต้องปฏิวัติประเทศไปสู่สังคมนิยม โค่นล้มทุนนิยม ขุนศึก และศักดินา </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">การเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นแรงกระตุกที่ทำให้ทั้งผู้ปกครอง ศักดินา และพรรคการเมืองชนชั้นนายทุนเริ่มเกิดความหวาดระแวงต่อแนวทางแบบสังคมนิยม เริ่มมีการกล่าวถึงอีกฝ่ายอย่างแยกขั้ว เช่น พรรคสังคมนิยม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">3 <span lang="TH">พรรคที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินจาก เคจีบี. แห่งสหภาพโซเวียต ขายชาติให้เวียดนาม หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ปฏิกริยาสะท้อนกลับของฝ่ายรัฐยังรวมไปถึงการใช้ความรุนแรงด้วย โดยมีกรณีสำคัญก่อนหน้าเหตุการณ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">หลายครั้ง ครั้งสำคัญคือ กรณีการเผาหมู่บ้านนาทราย อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ในวันที่ </span>24 <span lang="TH">มกราคม </span>2517 <span lang="TH">ทางราชการอ้างว่าผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เป็นผู้เผา แต่เมื่อนายธียุทธ บุญมี ได้นำนายลม กาญจนสาร ผู้ใหญ่บ้านนาทรายมาเปิดเผยเรื่องราวว่า แท้จริงแล้วเจ้าหน้าที่เป็นผู้เผา ปิดล้อมหมู่บ้านและสังหารชาวบ้านตาย </span>3 <span lang="TH">คน ในที่สุดผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้เผา วันที่ </span>28<span lang="TH">กุมภาพันธ์ </span>2517 <span lang="TH">พล.ท.สายหยุด เกิดผล ผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามภัยคอมมิวนิสต์ ยอมรับว่าเหตุการที่บ้านนาทรายเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุจริง</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อีกกรณีหนึ่งคือ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ถีบลงเขา เผาลงถังแดง</span>’ <span lang="TH">ที่จังหวัดพัทลุง ในระหว่างปี </span>2514-2516<span>  </span><span lang="TH">ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปราบปรามคอมมิวนิสต์ภาคใต้ได้ใช้นโยบายเหวี่ยงแหล้อมจับกุมประชาชนไปสอบสวนแล้วฆ่ากว่าสามพันคน กรณีนี้ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ชี้แจงในเบื้องต้นว่าให้ฟังหูไว้หู แต่พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ยอมรับว่ากรณีถังแดงเกิดขึ้นจริง และนำไปสู่กระแสเสนอให้ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) แต่หน่วยงานนี้ก็ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กระแสสังคมนิยมที่หนุนเนื่องเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่กุมอำนาจดูเหมือนจะหวั่นวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อเกิดกรณีการปฏิวัติไปสู่สังคมนิยมในประเทศกัมพูชาและเวียดนามในเดือนเมษายน พ.ศ. </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2518 <span lang="TH">และการปฏิวัติในลาวปีเดียวกันอันนำมาสู่การยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ในลาว ยิ่งก่อให้เกิดความหวั่นวิตกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทำนองเดียวกันในประเทศไทย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">กลุ่มต่างๆที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่ว่าประเด็นใดๆจึงถูกมองอย่างเหมารวมว่าเป็นคอมมิวนิสต์ไปเสียทั้งหมด รัฐจึงได้เริ่มใช้วิธีการที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆในการจัดการให้กลุ่มต่างๆยุติบทบาทโดยเฉพาะกลุ่มของขบวนการนักศึกษา และวิธีการที่ถูกนำมาใช้ในขั้นสุดท้ายคือการพยายามสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การรัฐประหารเพื่อนำรัฐบาลที่เข้มแข็งและปราบปรามคอมมิวนิสต์เข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลพลเรือน กระบวนการเหล่านี้คือเส้นทางสู่ประวัติศาสตร์เลือด </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">จุดชนวนสังหารหมู่จาก </span></strong><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">เพื่อ </span>‘<span lang="TH">ชาติ ศาสน์ กษัตริย์</span>’</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">เข้ามาเกี่ยวพันกับสถานการณ์ได้อย่างไร </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">คงต้องพูดถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังการฆ่านักศึกษาและประชาชนจำนวนมากในวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">ที่ค่อนข้างคลี่คลายตัวเองในระดับหนึ่งเมื่อคณะทหารในนาม </span>‘<span lang="TH">คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน</span>’ <span lang="TH">ได้ทำการยึดอำนาจล้มเลิกการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในช่วงเย็นวันนั้นเอง และระบอบเผด็จการทหารก็ฟื้นกลับมาอีกครั้งอย่างมีอำนาจและยาวนาน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่เงื่อนไขของการฆ่าเพื่อกวาดล้างและการรัฐประหารจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีการสร้างความชอบธรรมเพื่อปูเส้นทางเสียก่อน ตั้งแต่ปี </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2517 <span lang="TH">เป็นต้นมา จึงเกิดโฆษณาชวนเชื่อเพื่อทำลายขบวนการนักศึกษาอย่างต่อเนื่องมีตั้งแต่ระดับการสร้างข่าวลือ การปลุกระดมผ่านบทเพลงต่างๆ เช่น </span>‘<span lang="TH">เราสู้</span>’ <span lang="TH">หรือ</span> ‘<span lang="TH">หนักแผ่นดิน</span>’<span lang="TH"> ไปจนถึงการเผยแพร่แนวทางผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งเป็นของรัฐเสียส่วนมาก รวมไปถึงการใช้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อ เช่น รายวัน บ้านเมือง สยามิศร์ คอลัมภ์นิสต์หลายคนในไทยรัฐ และ </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาใช้ทำลายกระบวนการนักศึกษาอย่างมีนัยยะสำคัญคือการปลุกกระแส </span>‘<span lang="TH">ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์</span>’ <span lang="TH">และกล่าวหานักศึกษาว่าเป็นบ่อนทำลายสถาบันเหล่านี้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">มีบทบาทค่อนข้างสูงในประเด็นเหล่านี้ ในช่วงเวลานั้นมีนายประสาน มีเฟื่องศาสตร์ เป็นเจ้าของ </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">นำเสนอเนื้อหาในข่าวใส่ร้ายและทำลายภาพลักษณ์ของนักศึกษาอยู่เสมอและหลายครั้งถึงกับใช้คำบริภาษอันหยาบคาย จึงถูกฝ่ายนักศึกษาเดินขบวนต่อต้าน และวางหรีดดำหน้าสำนักงานหลายครั้ง </span>[5] <span lang="TH">และ </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ยังเป็นหนังสือพิมพ์ที่สร้างชนวนเหตุสุดท้ายที่นำพาไปสู่เหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดในวันที่</span> 6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล อธิบายเงื่อนปมตรงนี้โดยเล่าเหตุการณ์ย้อนไปสู่เช้าวันอังคารที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5<span lang="TH"> ตุลาคม </span>2519<span lang="TH"> อีกครั้ง ผ่านบทความ </span>‘<span lang="TH">ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส </span>‘<span lang="TH">ละคอนแขวนคอ</span>’ <span lang="TH">ยุคใหม่</span>’ [6] <span lang="TH">จับความได้ว่า มีการชุมนุมของชมรมแม่บ้าน เมื่อวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">ที่ลานพระรูปทรงม้า กลุ่มนี้มาเพื่อประท้วงรัฐบาลในขณะนั้น (รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช) เนื่องมาจากวิกฤติการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม แต่ในการชุมนุมนั้นมีบางคนในกลุ่มหยิบยกเอาภาพถ่ายการแสดงละครของนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ลานโพธิในเที่ยงวันที่ </span>4<span lang="TH"> ตุลาคม </span>2519<span lang="TH"> ซึ่งเป็นละครสะท้อนเหตุการณ์แขวนคอช่างไฟฟ้าผู้ประท้วงถนอมที่นครปฐม </span>2<span lang="TH"> คน และถูกตีพิมพ์ในหน้า </span>1<span lang="TH"> ของบางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">(บางกอกโพสต์ออกวันละ </span>1<span lang="TH"> กรอบตอนเช้า) มาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใบหน้าผู้แสดงเป็นช่างไฟฟ้าที่กำลังถูกแขวนคอในภาพนั้นเหมือนพระบรมโอรสาธิราช แสดงว่า นักศึกษาจงใจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</span><strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง กลุ่มจัดตั้งขวาจัดต่างๆในขณะนั้น ได้แพร่กระจายข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาศัยองค์กรสื่อมวลชนขวาจัด </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2<span lang="TH"> องค์กร คือ นสพ.ดาวสยาม รายวัน และ สถานีวิทยุยานเกราะ เป็นเครื่องมือ โดยสถานีวิทยุยานเกราะออกอากาศปลุกเร้าอารมณ์ผู้ฟังอย่างหนักไม่หยุดตลอดบ่ายวันที่ </span>5<span lang="TH"> ข้ามคืนถึงเช้าวันที่ </span>6<span lang="TH"> มีการเรียกร้องให้จัดการกับนักศึกษาขั้นเด็ดขาด กระตุ้นความโกรธแค้นผู้ฟังถึงระดับทีหวังผลให้เกิดการใช้กฎหมู่ทำร้ายนักศึกษา ขณะที่ ดาวสยาม ได้ตีพิมพ์กรอบบ่ายเพิ่มจำนวนเป็นพิเศษ เผยแพร่ทั่วกรุงเทพ ในหน้า </span>1<span lang="TH"> เกือบเต็มหน้า ได้ตีพิมพ์ขยายรูปที่กล่าวหาว่าเป็นการ </span>“<span lang="TH">แขวนคอหุ่นเหมือนฟ้าชาย</span>” (<span lang="TH">นี่คือคำพาดหัว ดาวสยาม ฉบับเช้าวันที่ </span>6<span lang="TH"> ตุลา ขอให้สังเกตว่า การปลุกระดมนี้วางอยู่บนการโกหกเพียงใด เพราะการ </span>“<span lang="TH">แขวนคอ</span>” <span lang="TH">ใช้คนแสดงจริง ไม่ใช่หุ่น) </span></span></em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">[7] </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ด้านขบวนการนักศึกษาที่มีศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเป็นกลางและชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขณะนั้นก็ได้เปิดแถลงข่าว บอกเล่าความจริงของความเป็นมาของการแสดงละครประท้วงถนอม (ซึ่งเป็นกิจกรรมของนักศึกษาธรรมศาสตร์เอง ไม่ใช่การจัดของศูนย์ฯ) และได้ยืนยันว่ายินดีจะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการทางกฎหมายทุกอย่าง ทั้งยังได้นัดกับนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าพบเพื่อชี้แจงในเช้าวันรุ่งขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตั้งแต่ช่วงบ่าย ช่วงกลางคืน วันที่ </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5<span lang="TH"> ตุลาคม ถึงช่วงเช้าวันที่ </span>6<span lang="TH"> ตุลาคม คือ การระดมกำลังจัดตั้งติดอาวุธของพวกขวาจัดอย่างขนานใหญ่ บรรดาผู้บงการของพวกเขาทราบดีว่า ถ้าปล่อยให้มีการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการทางการเมืองแบบปกติ คือ ให้โอกาสนักศึกษาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่และต่อสู้คดี และให้โอกาสนักศึกษาได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนทั่วไป คำโกหกของพวกเขา ก็จะไม่เป็นผล เพราะไม่เป็นเรื่องยากที่จะแสดงให้เห็นว่า ละคอนที่แสดงที่ลานโพธินั้น คือละคอนสะท้อนการฆ่าแขวนคอช่างไฟฟ้าที่นครปฐมเท่านั้น ไม่มีเนื้อหาใดๆเกี่ยวข้องกับราชวงศ์เลย ใบหน้าของผู้แสดงก็ไม่มีการตกแต่งให้เหมือนกับรัชทายาท อย่างที่มีการปล่อยข่าวแต่อย่างใด</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ดังนั้น บรรดาผู้บงการขวาจัดจึงเร่งระดมอันธพาลการเมือง และกำลังติดอาวุธของรัฐบางส่วนที่พวกเขาควบคุมได้โดยตรง เข้าทำการปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่คืนวันที่ </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5<span lang="TH"> และเริ่มโจมตีประปรายตั้งแต่กลางดึกคืนนั้น และโดยไม่รอให้ฟ้าสว่างในเช้าวันที่ </span>6<span lang="TH"> พวกเขาก็สังการให้กำลังเหล่านั้นทำการโจมตีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างเต็มที่พร้อมเพรียงกัน</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สิ่งที่ตามมาคือ การฆ่าหมู่สยดสยองที่เหี้ยมโหดที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่</span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">”</span></em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">[9] </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สำหรับบทบาทของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">บทความ<strong> </strong></span>‘<span lang="TH">ชนวน </span>: <span lang="TH">ภาพแขวนคอที่นำไปสู่กรณี </span>6 <span lang="TH">ตุลา</span>’ <span lang="TH">ของ สมศักดิ์ เจียม ธีระสกุล กล่าวไว้ค่อนข้างชัดเจนว่า มีเพียง </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">เพียงฉบับดียว (โดยความร่วมมือของวิทยุยานเกราะ) ที่ </span>“<span lang="TH">นำเสนอข่าวในทำนองว่านักศึกษาจงใจดูหมิ่นเจ้าฟ้าชาย</span>” <span lang="TH">คือสร้างสถานการณ์ในบ่ายวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม อันนำไปสู่การนองเลือดในวันรุ่งขึ้น </span>[9]</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สมศักดิ์ ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวในบทความชิ้นเดียวกันว่า แม้ว่าภาพถ่ายละคอนที่ตีพิมพ์ใน บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">(ตีพิมพ์ภาพละคอนแขวนคอเป็นที่แรก) จะถูกอ้างและนำไปแจ้งความต่อตำรวจกล่าวหาว่านักศึกษาหมิ่นองค์รัชทายาท แต่ภาพดังกล่าวไม่ใช่ภาพที่ถูกนำมารณรงค์และโจมตีนักศึกษา</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่ม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ฝ่ายขวา</span>’ <span lang="TH">จะได้ไอเดียสร้างสถานการณ์จากการเห็นภาพที่ตีพิมพ์ในบางกอกโพสต์ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ตามปกติของทั้งนักศึกษาที่สะท้อนเหตุการณ์ออกมาเป็นละครและเสนอภาพข่าวที่น่าสนใจ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่ข้อสังเกตหนึ่งของสมศักดิ์ ที่มีต่อ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">คือ </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ตีพิมพ์ออกมาวันละ </span>2 <span lang="TH">กรอบในช่วง </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519<span lang="TH"> ในขณะที่ปกติจะตีพิมพ์เฉพาะกรอบบ่ายของแต่ละวันเท่านั้น และตั้งแต่มีการแสดงละครมีการออกวางตลาด </span>3 <span lang="TH">ครั้ง คือ บ่ายวันที่ </span>4 <span lang="TH">(ลงหัววันที่ </span>5 <span lang="TH">) เช้าวันที่ </span>5 <span lang="TH">และบ่ายวันที่ </span>5 <span lang="TH">(แต่ลงหัววันที่ </span>6<span lang="TH">) ถ้านับเช้าวันที่ </span>6 <span lang="TH">ด้วย จะมี </span>4 <span lang="TH">ฉบับด้วยกัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เขาชี้ประเด็นว่า มีหลักฐานที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ตีพิมพ์ภาพถ่ายจากการแสดงครั้งแรกตั้งแต่ฉบับที่ออกในบ่ายวันที่ </span>4 <span lang="TH">(ลงวันที่ </span>5<span lang="TH"> ซึ่งหาต้นฉบับไม่ได้แล้ว) ลักษณะอย่างไรบอกไม่ได้แล้ว แต่จากคำของ </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">เองที่พูดถึงเมื่อเกิดการกล่าวหาว่านักศึกษาแสดงละครหมิ่นองค์รัชทายาทที่ว่า </span>“<span lang="TH">ภาพนั้นเล็กและดูไม่ชัดเจน</span>” <span lang="TH">ซึ่งแสดงว่าในเย็นวันที่ </span>4 ‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ยังไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติจากภาพที่ลงใน </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ครั้งแรก ดังนั้นในกรอบวันต่อที่ออกในเช้าวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม จึงไม่มีภาพเกี่ยวกับการแสดงละครเลย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่ในทางกลับกัน เช้าวันนั้นมีสื่อ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span>3<span lang="TH"> ฉบับที่พิมพ์ภาพถ่ายมาจากละคร คือ ประชาธิปไตย เนชั่น และบางกอกโพสต์ ซึ่งโพสต์เป็นเพียงฉบับเดียวที่เห็นหน้าด้านตรงของผู้ที่ถูกแขวนคอในละคร (อภินันท์ บัวหภักดี) ส่วนประชาธิปไตย เป็นภาพของวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้แสดงอีกคนหนึ่ง (แสดงสลับกันเพราะผู้แสดงจะเจ็บหน้าอกเมื่อถูกแขวน) ส่วนเนชั่นเป็นภาพด้านข้างของอภินันท์ นอกจากนี้ คำบรรยายใต้ภาพของบางกอกโพสต์ยังระบุชัดเจนว่าเป็นการแสดง </span>“<span lang="TH">ฉาก&#8230;การฆ่าแขวนคออย่างทารุณของแอ๊คติวิสต์สองคนหลังการกลับมาของอดีตผู้เผด็จการถนอม กิตติขจร</span>”</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์ ไม่ได้ยืนยันชัดว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ฝ่ายขวา</span>’ <span lang="TH">เกิดไอเดียเกี่ยวกับรูปภาพในบางกอกโพสต์ตั้งแต่เมื่อไร แต่ตั้งข้อสังเกตไว้ในราวช่วงบ่ายของวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">โดยยกหลักฐานของ วัลลภ โรจนวิสุทธิ์ ในหนังสือ ยังเตอร์กของไทย (</span>2521<span lang="TH">) ว่า </span><em></em></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">กลุ่มผู้รักชาติและแม่บ้านจำนวนประมาณ </span>300 <span lang="TH">คน</span>”<span lang="TH"> ที่ชุมนุมกันหน้าทำเนียบตั้งแต่เช้าวันนั้นเพื่อเรียกร้องให้เสนีย์ รับสมัคร สุนทรเวช และสมบุญ ศิริธร กลับเป็นรัฐมนตรี เมื่อใกล้บ่ายสามโมง </span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ก็เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงขึ้นมาและมีผลสะท้อนร้ายยิ่งนัก กล่าวคือผู้ที่มาชุมนุมอยู่นั้นได้หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ประจำวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">มาสามสี่ฉบับ มีภาพผู้ถูกแขวนคอเหมือนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&#8230;</span>”</span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">จากนั้นในช่วงค่ำของวันที่ </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">นางนงเยาว์ สุวรรณสมบูรณ์ สมาชิกชมรมแม่บ้าน เข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามว่า ศูนย์นิสิตฯเล่นละครหมิ่นองค์รัชทายาทโดยเล่าว่า </span>“14.00 <span lang="TH">น. ตนได้เห็นภาพในหน้า นสพ.บางกอกโพสต์&#8230;</span>” <span lang="TH">หนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่รายงานข่าวการชุมนุมของพวกนี้จนถึงประมาณเที่ยงวันหรือหลังเที่ยงวันเล็กน้อย ก็ยังไม่มีการกล่าวถึงเรื่องภาพแสดงละคร </span></span></em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">[10]</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แต่เมื่อเรื่องนี้เริ่มแพร่กระจายในกลุ่มขวาหรืออนุรักษ์นิยม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’<span lang="TH"> รายงานดังนี้ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">เมื่อวันที่ </span>5<span lang="TH"> เดือนนี้ เวลา </span>17.00<span lang="TH"> น. ได้มีบุคคลหลายอาชีพได้นัดประชุมโดย ยกรูปภาพในหน้าของ นสพ. ดาวสยาม ฉบับวันที่ </span>5<span lang="TH"> ต.ค. (กรอบแรก) [คือฉบับที่ออกในบ่ายวันที่ </span>4 - <span lang="TH">สมศักดิ์] และได้นำมาวิเคราะห์ถึงภาพและการกระทำของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาที่เล่นละครการเมืองในบริเวณลานโพธิ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้วิเคราะห์ว่ารูปภาพนั้นเหมือนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช แต่เนื่องจากภาพนั้นเล็กและดูไม่ชัดเจน จึงได้ติดต่อขอมาที่ นสพ.ดาวสยาม และทาง นสพ. ดาวสยาม ก็ได้ให้ความร่วมมือ โดยขยายภาพให้ชัดเจนและไม่ได้มีการตบแต่งภาพแต่อย่างไร ส่งไปให้ยังตัวแทนของบุคคลกลุ่มนี้ที่มาขอรับ ที่ประชุมของบุคคลกลุ่มนี้ ได้มีมติเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ว่าภาพนี้เป็นภาพที่ส่อเจตนาดูหมิ่นราชวงศ์จักรี&#8230;.</span>”</span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งนี้ สมศักดิ์ คาดว่าในช่วงบ่ายวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 ‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’<span lang="TH"> กรอบบ่าย (ลงวันที่ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม ) ได้ตีพิมพ์ภาพการแสดงละครอีกครั้ง และภาพนี้ถูกใช้ในการปลุกระดมตลอดเย็นและค่ำวันนั้น อย่างไรก็ตาม ดาวสยามกรอบนี้หาดูไม่ได้ในปัจจุบันแต่สมศักดิ์เชื่อว่าเคยเห็น ภาพละครแขวนคอในดาวสยามฉบับนั้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในความทรงจำของผม เป็นภาพแบบ &#8220;โคลสอัพ&#8221; ขนาดใหญ่ เห็นตัวละครที่ถูกแขวนเพียงครึ่งตัว เป็นไปได้ว่านี่คือ ภาพที่ ดาวสยาม เองกล่าวถึงว่าได้ &#8220;ขยายภาพให้ชัดเจนและ&#8230;ส่งไปให้ยังตัวแทน&#8221; ของกลุ่มฝ่ายขวาในเย็นนั้น (และอาจจะมาจากเป็นภาพที่ทั้ง ดาวสยาม และ บ้านเมือง พิมพ์ในกรอบเช้าวันที่ </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6<span lang="TH"> แต่อันหลังซึ่งไม่มีผลต่อการรณรงค์แล้ว จะเป็นระยะไกลขึ้น แสดงตัวผู้เล่นเกือบทั้งตัว) ที่แน่ๆคือเป็นคนละภาพกับที่พิมพ์ใน บางกอกโพสต์</span></span></em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">[11]</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">บทวิเคราะที่ตามมาของสมศักดิ์หลังจากตรงนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเขาไม่ได้พูดถึงประเด็นที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">ตกแต่งหรือบิดเบือนภาพหรือไม่ แต่ชนวนของอารมณ์ความรู้สึกที่นำไปสู่ความรุนแรงกลับมาจากการรับรู้ที่แพร่หลาย และตามมาด้วยการนำเสนอของสื่อฉบับอื่นๆในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นกระแสและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่สถานการณ์ในวันรุ่งขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">แม้แต่ภาพใน ดาวสยาม ตอนบ่ายวันที่ </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5<span lang="TH"> นี้ก็ไม่น่าจะเป็นภาพแต่ง</span>? <span lang="TH">ผมไม่ได้ต้องการเสนอว่าเพราะหน้าคนเล่นละคร &#8220;เหมือน&#8221; อยู่แล้วจึงไม่ต้องแต่งภาพ แต่ต้องการจะเสนอว่า ความรู้สึกที่ว่า &#8220;เหมือน&#8221; นั้นที่สำคัญไม่ใช่มาจากหน้าคนเล่นละครแต่มาจากความรับรู้ (</span>perception) <span lang="TH">ที่แพร่หลายไม่เพียงแต่ในหมู่ฝ่ายขวา แต่ในหมู่คนจำนวนไม่น้อยในขณะนั้นว่า ขบวนการนักศึกษา &#8220;แอนตี้สถาบัน&#8221; ด้วยเหตุนี้ ขอเพียงแต่ให้องค์ประกอบบางอย่างของภาพมีส่วนคล้ายคลึงเท่านั้น ก็ทำให้คิดไปในทางนั้นได้ทันที ในแง่นี้ เสื้อชุดทหารที่ตัวละครใส่อาจจะมีผลต่อความรู้สึกของคนดูภาพ มากกว่าใบหน้าตัวละครเสียอีก</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เมื่อถึงเช้าวันที่ </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6<span lang="TH"> ตุลาคม หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับก็ลงข่าวเรื่องนักศึกษาถูกกล่าวหาว่าเล่นละครหมิ่นองค์รัชทายาทแล้วราวกับว่านักศึกษาผิดจริงๆ และที่เหมือนกับจะเป็นการเยาะเย้ย (</span>irony) <span lang="TH">ของประวัติศาสตร์ก็คือ บางกอกโพสต์ อาจเป็นฉบับที่ลงข่าวเข้าข้างนักศึกษาที่สุดในสถานการณ์เช่นนั้น แม้แต่ ไทยรัฐ หรือ ประชาชาติ ที่เคยเข้าข้างนักศึกษามาตลอดก็พาดหัวว่า &#8220;จับนักศึกษาหมิ่นฟ้าชาย&#8221; และ &#8220;สั่งสอบแขวนคอลานโพธิ์ ระบุภาพหมิ่นองค์รัชทายาท&#8221; ตามลำดับ โพสต์ เกือบเป็นฉบับเดียวที่ไม่ยอมระบุตรงๆเช่นนั้น แต่กลับพาดหัวเพียงว่า &#8220;สั่งสอบละครแขวนคอ ศูนย์นิสิตปฏิเสธผู้แสดงหน้าเหมือนใครทั้งสิ้น&#8221;</span></span></em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">[12] </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">ถึง </span></strong><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผมเห็นใบปลิวกระดาษปอนด์ลงรูปถ่ายที่กล่าวหาว่าพวกเราแสดงละครหมิ่นองค์รัชทายาท ตั้งแต่เวลา </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">18 <span lang="TH">น.วันที่ </span>5 <span lang="TH">ต.ค. ต่อจากนั้นผมได้ดู น.ส.พ. ดาวสยาม (มายืนขายหน้า ม.ธ. ด้วย ผมเห็นแล้วแค้นมากที่เราถูกกล่าวหาเช่นนั้น คนนับพันเมื่อวันที่ </span>4 <span lang="TH">เป็นพยานได้ เราไม่เคยแสดงละครแล้วตบแต่งรูปร่างหน้าตาดังรูปที่พิมพ์แจกออกนั้นเลย นศ.ปี </span>1 <span lang="TH">มธ.ดูตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีปฏิกริยาอะไร กลับมาเป็นเรื่อง เป็นราวเมื่อลงใบปลิวและลง น.ส.พ.นี่แหล่ะ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจชัดนักว่า เขากล่าวหาเราเช่นนี้ทำไม คิดว่าคงใส่ร้ายป้ายสีกันตามเคย แต่ผมรู้สึกเหมือนคนอื่นๆว่าเหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นทุกที)</span></span></em><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> [13]</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เนื้อความในจดหมายถึงเพื่อนจากในคุกของ ชวลิตร วินิจจะกูล หนึ่งใน </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">19 <span lang="TH">จำเลยคดี </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">ได้เขียนเล่าบ่งบอกเหตุการณ์และความรู้สึกก่อนการรัฐประหารและนองเลือดในวันที่ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH"><span> </span>ตอนนั้นเขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า ทำไม </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">จึงใช้ประเด็นสถาบันเบื้องสูงมาใช้กับนักศึกษา แต่การนำประเด็น </span>‘<span lang="TH">หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</span>’ <span lang="TH">ครั้งนี้คงความหวั่นวิตกให้เขาและเพื่อนๆที่ชุมนุมนธรรมศาสตร์ไม่น้อย จึงทำให้ในเวลาประมาณ </span>21.00 <span lang="TH">น. ทางศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาต้องนัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครั้งใหญ่และด่วนที่สุด เพื่อแสดงหลักฐนและเหตุผลโดยให้ผู้แสดงละครเล่าความจริงทั้งหมดและให้ผู้สื่อข่าวดูใบหน้าและภาพถ่ายของ อภินันท์ ผู้แสดงว่าไม่เหมือนในใบปลิวเลย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสื่อมวลชนจะซักถามจนหมดข้อสงสัยแล้ว แต่จดหมายของชวลิตร ระบุว่าวิทยุ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">200 <span lang="TH">สถานียังคงให้ข่าวแบบเดิมต่อไป ฝั่งสนามหลวงมีการชุมนุมของอีกฝ่ายหนึ่งที่เขาเรียกว่า </span>‘<span lang="TH">อันธพาล</span>’ <span lang="TH">ที่สร้างความรุนแรงประปรายไปเรื่อยๆตลอดคืน เช่น การขว้างปาสิ่งของ จุดไฟเผา ทำลายข้าวของ หรือยิงปืนขู่ ในขณะที่ตำรวจที่มาดูแลทำหน้าที่เพียงมองเหตุการณ์อยู่เฉยๆเท่านั้น </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">จนกระทั่งเวลาประมาณ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">4.00 <span lang="TH">น. วันที่ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519<span lang="TH"> ตำรวจมากกว่า </span>200 <span lang="TH">คน มาล้อมทางเข้าออกทั้งหมดของธรรมศาสตร์ไว้พร้อมอาวุธครบมือ จากนั้นเสียงปืนจากอาวุธสงคราม ซึ่งเป็นอาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐก็ดังขึ้นเป็นชุดๆ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เวลา </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">5.30 <span lang="TH">น. เสียงวิ๊ดดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงระเบิด มีคนตายและบาดเจ็บจากระเบิดลูกนี้ </span>3-4 <span lang="TH">คน หลังจากนั้นเสียงปืนระดมยิงก็ดังเข้ามาไม่มีหยุดในขณะที่ผู้ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พากันเข้าไปหลบในตัวตึกอาคารต่างๆ เขาเล่าเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ยิ่งกว่าสงคราม เพราะที่นี่ฆ่าหมู่ฝ่ายเดียว ฝ่ายหนึ่งหมอบรอกระสุน อีกฝ่ายสูบบุหรี่ไปยิงไปอย่างเลือดเย็น</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ผมเห็นภาพของตำรวจหลังออกจากคุก ท่ายิงอย่างสบายใจทั้งนั้น บางคนแบกปืนยิงรถถังทั้งที่ในธรรมศาสตร์ไม่มีรถถังสักคัน</span></em><em></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">หรือเขาอาจจะคิดว่า มีรถถังใต้หอฯใหญ่ มีเรือดำน้ำอยู่บนแท็งก์และในอุโมงค์ มีขีปนาวุธอยู่ที่ยอดโดม </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">!”</span></em><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">[14]</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในจดหมายฉบับที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">2 <span lang="TH">เขาเขียนเล่าต่อไปว่า หลังจากเสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อ </span>5.30 <span lang="TH">น. มีรถพยาบาลออกไปได้เพียงไม่กี่คัน เพราะมีคำสั่งห้ามจากข้างบน คนบาดเจ็บยิ่งมีมากจนรถพยาบาลไม่พอ จนต้องประกาศขอรถใครก็ได้มาลำเลียงคนเจ็บ แต่ถึงมีรถมากี่คันก็ถูกสั่งให้จอดรอจนคนตายอยู่ที่ท่าพระจันทร์ </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">..ที่นี่นักศึกษาแพทย์ พยาบาลเริ่มต้นอาชีพในอนาคตด้วยการนั่งมองคนตายลงทีละคน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ได้ข่าวว่าโทรทัศน์วันนั้น ถ่ายภาพเหตุการณ์หน้า มธ.ด้านสนามหลวงไว้ได้มาก</span></em><em></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ทั้งภาพกระชากสายน้ำเกลือออกจากร่างคนเจ็บ ภาพเทเปลคนเจ็บลงกับพื้นแล้วรุมกระทืบ ภาพรุมตีประชาทัณฑ์ ยังมีการแขวนคอแล้วกรีดคอจนเหวอะ แขวนคอแล้วเอาเก้าอี้พาด รุมตี ข่มขืนแล้วฆ่า จับลากไปเผาทั้งเป็น ฯลฯ</span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">&#8230;หลังการจับกุมมีเสียงประกาศผ่านเครื่อขยายเสียง ตร.ว่า </span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ขณะนี้มีช่างภาพต่างประเทศเข้ามาแล้ว ขอให้หยุดกระทำการทารุณต่างๆเสีย</span>”<span lang="TH"> &#8230;พวกเขาเองก็ยอมรับว่าทารุณ แต่ก็ยังทำอยู่ กระทั่งเลิกเพราะกลัวความจริงจะเผยแพร่ไปทั่วโลก&#8230;</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นี่คงเป็นเพียงภาพคล่าวๆของเหตุการณ์เท่านั้นว่า..ในวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">เกิดอะไรขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดครั้งนี้ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">สื่อมวลชน</span>’ <span lang="TH">เข้าไปมีบทบาทสำคัญ ในขณะที่การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนจากต่างประเทศอีกชุดหนึ่งได้มีส่วนช่วยทำให้เหตุการณ์เย็นลงได้ เพราะ </span>‘<span lang="TH">ความจริง</span>’ <span lang="TH">มักเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้อยู่ในที่มืดเสมอ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในขณะที่ชาวต่างประเทศได้ดูภาพเหตุการณ์</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> 6<span lang="TH"> ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">กันอย่างจริงจังทุกแง่ทุกมุม และปราศจากการบิดเบือนข่าว </span>– <span lang="TH">ภาพ คนไทยในประเทศกลายเป็นกลุ่มชนที่ถูกปิดบังไม่ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อมีผู้สนใจเข้าไปหาข้อเท็จจริงกลับถูกรัฐบาลที่มีอำนาจภายหลังเหตุการณ์จับกุมคุมขังข้อหา </span>‘<span lang="TH">เป็นภัยสังคม</span>’ <span lang="TH">สำหรับการทำหน้าที่ของสื่อ มีเพียง </span>‘<span lang="TH">สรรพสิริ วิรยสิริ</span>’<span lang="TH"> ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง </span>9 <span lang="TH">เท่านั้นที่กล้านำเสนอภาพเหตุการณ์สดๆของเหตุการณ์นี้มาเผยแพร่หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปไม่กี่ชั่วโมง ปรากฏว่าว่าเจ้าหน้าที่สถานีโทรทัศน์ช่องนี้ถูกปลดกันตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสถานีมาจนถึงนักข่าว </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สรรพสิริ เคยให้ความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“ <span lang="TH">ลูกหลานเราทั้งนั้น ทำได้อย่างไร</span>? <span lang="TH">คนไม่มีสิทธิจะผูกคอเขา</span>”<span lang="TH">&#8230; </span>“<span lang="TH">การเกลียดชังที่เห็นวันนั้นมาจากการเพาะเชื้อของบางคน</span>” <span lang="TH">&#8230; </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">และเขายังกล่าวถึงการทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชนด้วยว่า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ผมไม่มีปืน..ผมสู้ได้อย่างเดียวโดยเอาความจริงมาเปิดเผยให้คนได้รับรู้ นี่คือหน้าที่ของผม</span>” [15]<span lang="TH"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ภาพที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ คือการเข้ามีมีบทบาทของทหารที่เข้ามามีบทบาทอีกครั้งผ่านความวุ่นวายที่สื่อสร้างให้เพื่อนำไปสู่การรัฐประหารในตอนเย็น ฝ่ายทหารนำโดย </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน</span>’ <span lang="TH">มี พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ เป็นหัวหน้าคณะ ใช้เหตุผลที่สำคัญข้อหนึ่งในการรัฐประหารคือ </span>‘<span lang="TH">นักศึกษาหมิ่นฟ้าชาย</span>’ <span lang="TH">ซึ่งมาจากการนำเสนอของสื่ออย่างครึกโครมและได้สร้างความรู้สึกร่วมของสังคมถ่ายทอดไปสู่ประชาชนได้ด้วยสื่ออย่าง </span>‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">และ </span>‘<span lang="TH">วิทยุยานเกราะ</span>’ <span lang="TH">ตลอดวันที่ </span>4,5 <span lang="TH">และ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">นอกจากนี้ยังมีเหตุผลต่อเนื่องกันที่ทหารนำมาใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามนักศึกษาและประชาชน ได้แก่ นักศึกษาชุมนุมและสะสมอาวุธในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อก่อการกบฎ มีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ผู้รักชาติ</span>’ <span lang="TH">กับกลุ่มนักศึกษา และตำรวจคุมสถานการณ์ไม่ได้ จึงต้องบุกเข้าไปในธรรมศาสตร์ และเหตุผลข้อสุดท้ายคือ นักศึกษาอาศัยการมี </span>‘<span lang="TH">ประชาธิปไตยมากเกินไป</span>’ <span lang="TH">หลัง </span>14 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2516 <span lang="TH">เพื่อฉวยโอกาสเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะทำลายชาติ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#0000ff;font-family:Tahoma;">NEO <span lang="TH">ดาวสยาม </span></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">บางทีภาพของ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">ทั้งเงื่อนไขและเป้าหมายอาจทำให้เราสามารถมองเห็นภาพหรือเงื่อนไขของปัจจุบันว่ามีความรู้สึกคลับคล้ายกัน หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ </span>19 <span lang="TH">กันยายน </span>2549 <span lang="TH">ประเด็น </span>‘<span lang="TH">หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ</span>’ <span lang="TH">ได้ถูกกลุ่มผู้รักชาติ (ใหม่) กับ </span>NEO<span lang="TH"> ดาวสยาม ยกมาใช้เป็นเงื่อนไขเพื่อกระทำการเดินไปสู่เหตุการณ์ที่อาจคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ </span>6 <span lang="TH">ตุลาในอนาคตเพียงเพื่อต้องการกำจัดศัตรูทางการเมือง</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ถ้า </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519<span lang="TH"> เกิดขึ้นบนเงื่อนไขของการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่กำลังระบาดอย่างเป็นโดมิโนจนกระทั่งนำไปสู่การล่มสลายของสถาบันระมหากษัตริย์ในลาวแล้วและใกล้ตัวเข้ามา หากมองในเงื่อนไขปัจจุบันกรณีความสั่นคลอนของสถาบันพระมหากษัตริย์เนปาลก็ได้กลายเป็นประเด็น </span>‘<span lang="TH">หวั่นวิตก</span>’ <span lang="TH">ที่ถูกมาผูกโยงกับประเทศไทย </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ในความคล้ายคลึงกัน </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">NEO <span lang="TH">ดาวสยาม ยังคงเดินในแนวทางที่มีภาพลักษณ์เก่าเชยมาปลุกระดมทางการเมืองและทำให้ประเด็นเพียงการไม่ยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนังของคนสองคนกลายเป็นเรื่องของ </span>‘<span lang="TH">กลุ่มคน</span>’ <span lang="TH">หรือ </span>‘<span lang="TH">ขบวนการ</span>’ <span lang="TH">ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเพื่อทำให้ไทยกลายเป็นสาธารณรัฐ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้อาจต้องลองถามตัวเองหรือไม่ว่าเวลาเช่าหนังแผ่นมาดูที่บ้าน ดูกับครอบครัว ชวนคนข้างบ้านมาดู ได้เปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อยืนตรงและแสดงความเคารพแล้วหรือยัง ถ้า..ระดับความจงรักภักดีจะต้องวัดกันตรงไหนกันแน่</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">???</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">ความจริงการที่สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งอยากมีภาพลักษณ์ที่อนุรักษ์นิยมหรือเห็นแนวทาง </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ดาวสยาม</span>’ <span lang="TH">เป็นไอดอลคงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรแม้จะถือแล้วไม่เท่ห์และอาจไม่เหมาะกับมาดนักธุรกิจที่ต้องมีวิสัยทัศน์ในโลกโลกาภัตน์ก็ตาม แต่มันก็เป็นเรื่องของเสรีภาพสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามก็ต้องมองให้แยกขาดจากการวางตัวที่นำไปสู่เงื่อนไขในการเดินไปสู่สถานการณ์แบบ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">เพราะนั่นเป็นคนละเรื่องกับเสรีภาพอย่างสิ้นเชิง </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">สมศักดิ์ มีข้อสังเกตประการหนึ่งที่น่าสนใจมากและอาจใช้เป็นอนุสติของสังคมได้ เขามองว่า เหตุการณ์ในวันที่ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">แท้จริงแล้วไม่มีใครแม้แต่ผู้ที่ลงมือฆ่าหมู่และทำทารุณกรรมในเช้าวันที่ </span>6 <span lang="TH">เองสามารถรู้ล่วงหน้าตั้งแต่คืนวันที่ </span>5 <span lang="TH">ว่าจะเกิดการฆ่าหมู่ทารุณกรรมในลักษณะที่เกิดขึ้นจริง</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">ในความเห็นของผม พวกเขาไม่ได้วางแผนมาว่าจะทำแบบที่ได้ทำจริงๆ สิ่งที่พวกเขาตั้งใจไว้มากที่สุดคือจะ </span>‘<span lang="TH">จัดการ</span>’ <span lang="TH">นักศึกษาธรรมศาสตร์ ด้วยความรุนแรง แต่เมื่อพวกเขาปล่อยความรุนแรงออกมาแล้ว รูปแบบการคลี่คลายของมันเป็นเรื่องเป็นไปเอง</span>”</span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><span> </span></span></em><em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">&#8230; เพราะสถานการณ์ที่พวกฝ่ายขวาก่อขึ้นมาในบ่ายวันที่ </span>5 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519 <span lang="TH">นั้นมันเหมือนกับผีดูดเลือด ที่เมื่อถูกปลุกขึ้นมาแล้วไม่มีใครสามารถควบคุมได้ ไม่มีใครสามารถทำให้มันสงบลงได้จนกว่ามันจะได้ดื่มเลือดคนจริงๆ</span>”</span></em><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> <span> </span>[16] </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">เพียงแต่ดูเหมือนว่าวันนี้ </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">‘<span lang="TH">ผีดูดเลือด</span>’ <span lang="TH">จะถูกหมอผีคะนองฤทธิ์ปลุกเสกมาใหม่และดูท่ามันชักจะกระหายอยากดื่มเลือดมากขึ้นทุกทีๆ</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#33cccc;font-family:Tahoma;">ขุนพลน้อย</span></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"><strong></strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;color:#3366ff;font-family:Tahoma;">อ้างอิง</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[1] <span> </span><span lang="TH">สถิตินี้เป็นไปตามบันทึกสยามจดหมายเหตุ</span>.<span lang="TH">ปีที่ </span>1 <span lang="TH">แต่กระนั้นตัวเลขที่ชัดเจนไม่มีใครทราบ และยังเป็นความลับที่ไม่อาจตรวจสอบได้จนถึงปัจจุบันนี้ (ที่มา </span>: <span lang="TH">สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ </span>. ‘<span lang="TH">เหตุการณ์ </span>6 <span lang="TH">ตุลาเกิดขึ้นได้อย่างไร </span>’.<strong><span lang="TH">อาชญากรรมรัฐในวิกฤติการเปลี่ยนแปลง</span>.<span lang="TH">คณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519</strong> , 2544<span lang="TH">) </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[2] <span lang="TH"><span> </span>สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เล่มเดียวกัน หน้าเดียวกัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[3] <span lang="TH"><span> </span>เล่มเดียวกัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[4] <span lang="TH"><span> </span>สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ หน้า </span>76</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[5] <span lang="TH"><span> </span>สุธาชัย <span> </span>ยิ้มประเสริฐ หน้า </span>131</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[6] <span lang="TH"><span> </span>สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล</span>.<span lang="TH"><span>  </span></span>‘<span lang="TH">ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส </span>‘<span lang="TH">ละคอนแขวนคอ</span>’ <span lang="TH">ยุคใหม่</span>’ <span lang="TH">ประชาไท</span>.<span lang="TH"> </span>2<span lang="TH"> พ.ค. </span>51 </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[7]<span lang="TH"><span>  </span>สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล</span>: <span lang="TH">ประชาไท </span>2 <span lang="TH">พ.ค. </span>51 </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[8]<span lang="TH"><span>  </span>สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล</span>:<span lang="TH"> ประชาไท </span>2 <span lang="TH">พ.ค. </span>51</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[9] <span lang="TH"><span> </span>สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล</span>.<span lang="TH"> </span>‘<span lang="TH">ชนวน</span>:<span lang="TH">ภาพแขวนคอที่นำไปสู่กรณี </span>6 <span lang="TH">ตุลา</span>’ .<strong><span lang="TH">ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง</span></strong>.<span lang="TH">สำนักพิมพ์ </span>6 <span lang="TH">ตุลารำลึก</span>,2544</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[10] <span lang="TH">สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล </span>: <span lang="TH">หน้า</span>153</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[11] <span lang="TH">สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล หน้า </span>154</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[12] <span lang="TH">สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล หน้า </span>154</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[13] <span lang="TH">ชวลิต วินิจจะกูล</span>. ‘<span lang="TH">จดหมายจากชวลิต วินิจจะกูล</span>’ .<strong> 6 <span lang="TH">ตุลา เราคือผู้บริสุทธิ์</span></strong><span lang="TH"> </span>.<span lang="TH">กรุงเทพฯ</span>: <span lang="TH">คณะกรรมการประสานงาน </span>20 <span lang="TH">ปี </span>6 <span lang="TH">ตุลา</span>,2539</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[14] <span lang="TH">ชวลิตร วินิจจะกูล </span>: <strong><span lang="TH">เราคือผู้บริสุทธิ</span></strong><span lang="TH"> หน้า </span>26]</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[15] <span lang="TH">ใจ อึ๊งภากรณ์</span>.<span lang="TH"> </span>‘<span lang="TH">สรุปข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือด </span>6 <span lang="TH">ตุลาคม </span>2519’ .<strong> <span lang="TH">อาชญากรรมรัฐในวิกฤติการณ์เปลี่ยนแปลง</span></strong><span lang="TH"> อ้างต่อจาก </span>I.T.V. 2542 ,<strong><span lang="TH">สารคดี </span></strong><span lang="TH">ต.ค. </span>2541 <span lang="TH">หน้า </span>139</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:8pt;font-family:Tahoma;">[16] <span lang="TH">สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล</span>: <span lang="TH">หน้า </span>160]</span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/archaeo45.wordpress.com/60/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/archaeo45.wordpress.com/60/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/60/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/60/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/60/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/60/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/60/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/60/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/60/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/60/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/60/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/60/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=60&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2008/05/26/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e2%80%98%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e2%80%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เพลงของเพื่อน</title>
		<link>http://archaeo45.wordpress.com/2008/05/19/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://archaeo45.wordpress.com/2008/05/19/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 May 2008 09:13:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thongnoi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Archaeo ไร้สไตล์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://archaeo45.wordpress.com/?p=59</guid>
		<description><![CDATA[ 
เพลง ความหมายของความรัก(ฉันอยากรู้)
 
ผ่านไปอีกปีอย่างรวดเร็ว 
ความเศร้าสลายเจือจางไปตามกาลแต่ความคิดถึงคลับคล้ายมาแทนที่
 
คิดถึงเพื่อนคนหนึ่งที่เดินทางไปไกล..
 
ในที่ที่มันรออยู่คงสบายดี (เหมือนที่ตลกเล่นมุขว่าถ้าไม่สบายมันก็คงกลับมานานแล้ว) และตอนนี้อาจมองกลับด้วยอมยิ้มเท่ห์ๆแบบไสตล์ของมันเมื่อเห็นชีวิตของเพื่อนๆที่ยังต้องดิ้นรนในแต่ละวัน 
 
1 ปีมานี้ หลายอย่างดำเนินไปอย่างเป็นเรื่องธรรมดา
เหมือนเดิมกันบ้าง เปลี่ยนแปลงกันบ้าง ตามครรลองแห่งวิถีชีวิต
แต่แน่นอน..เรื่องของมันยังคงอยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆเช่นเดิม 
ยามนึกถึงหลายๆครั้งมันยังดูแจ่มชัดราวกับเวลาได้หยุดเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง เอาไว้
 
แวะไปเยี่ยมเพื่อนต้อปในไฮไฟว์เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องไปเยี่ยมกันถึงดินแดนไกลโพ้น..คุณตูนเพื่อนเก่าแก่ของต้อปนำเนื้อเพลงที่ต้อปแต่งไว้ไปใส่ทำนองทำเสร็จแล้วก็นำมาเปิดให้มันฟัง 
 
เพลงนี้หลายคนคงเคยได้ยินแล้ว แต่เพื่อให้หายคิดถึงกัน เลยขอดึงเพลงของเพื่อนมาเปิดไว้ที่นี่..
 
กูเอง
โบราณคดี 45
 
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=59&subd=archaeo45&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p class="MsoNormal" style="margin:0;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">เพลง <a href="http://www.imeem.com/looneytoonies/music/nHHz7Hvt/setta_wma/">ความหมายของความรัก(ฉันอยากรู้)</a></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">ผ่านไปอีกปีอย่างรวดเร็ว </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">ความเศร้าสลายเจือจางไปตามกาลแต่ความคิดถึงคลับคล้ายมาแทนที่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">คิดถึงเพื่อนคนหนึ่งที่เดินทางไปไกล..</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">ในที่ที่มันรออยู่คงสบายดี (เหมือนที่ตลกเล่นมุขว่าถ้าไม่สบายมันก็คงกลับมานานแล้ว) และตอนนี้อาจมองกลับด้วยอมยิ้มเท่ห์ๆแบบไสตล์ของมันเมื่อเห็นชีวิตของเพื่อนๆที่ยังต้องดิ้นรนในแต่ละวัน </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">1 </span></span><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">ปีมานี้ หลายอย่างดำเนินไปอย่างเป็นเรื่องธรรมดา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">เหมือนเดิมกันบ้าง เปลี่ยนแปลงกันบ้าง ตามครรลองแห่งวิถีชีวิต</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">แต่แน่นอน..เรื่องของมันยังคงอยู่ในความทรงจำของเพื่อนๆเช่นเดิม </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">ยามนึกถึงหลายๆครั้งมันยังดูแจ่มชัดราวกับเวลาได้หยุดเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง เอาไว้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">แวะไปเยี่ยมเพื่อนต้อปในไฮไฟว์เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องไปเยี่ยมกันถึงดินแดนไกลโพ้น..คุณตูนเพื่อนเก่าแก่ของต้อปนำเนื้อเพลงที่ต้อปแต่งไว้ไปใส่ทำนองทำเสร็จแล้วก็นำมาเปิดให้มันฟัง</span><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">เพลงนี้หลายคนคงเคยได้ยินแล้ว แต่เพื่อให้หายคิดถึงกัน เลยขอดึงเพลงของเพื่อนมาเปิดไว้ที่นี่..</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">กูเอง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:14pt;font-family:Tahoma;">โบราณคดี </span><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:small;">45</span></span></p>
<p> </p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/archaeo45.wordpress.com/59/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/archaeo45.wordpress.com/59/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/archaeo45.wordpress.com/59/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/archaeo45.wordpress.com/59/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/archaeo45.wordpress.com/59/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/archaeo45.wordpress.com/59/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/archaeo45.wordpress.com/59/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/archaeo45.wordpress.com/59/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/archaeo45.wordpress.com/59/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/archaeo45.wordpress.com/59/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/archaeo45.wordpress.com/59/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/archaeo45.wordpress.com/59/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=archaeo45.wordpress.com&blog=651760&post=59&subd=archaeo45&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://archaeo45.wordpress.com/2008/05/19/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a04349e54cf4944c2c5dc500d4069957?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">thongnoi</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>