ที่มา :ผู้จัดการออนไลน์ 19 ก.พ. 50
อ่านเจอข่าวนี้ บางทีอาจจะต้องถกเถียงกันต่อในหลายๆทาง ทางหนึ่งนั้นเป็นทางวิชาการ แต่อีกทางหนึ่งในเรื่องประวัติศาสตร์การสร้างชาติแบบชาตินิยมซึ่งมีความอ่อนไหวสูงที่การพูดถึงเรื่องเหล่านี้ต้องประเมินผลกระทบทางความสัมพันะระหว่างประเทศพร้อมๆกับการมองเรื่องอคติทางชาติพันธุ์ด้วยเท่าที่ทราบมาเวลานี้ทางกัมพูชาเพิ่งผ่านยุควุ่นวาย การสร้างชาติให้เป็นเอกภาพเพื่อประโยชน์ทางการปกครองจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชนชั้นนำ การใช้ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องหนึ่งในนั้นซึ่งประเทศไทยก็เคยใช้วิธีการแบบนี้มาแล้วจนทำให้เกิด ‘มายาคติ‘ ต่างๆที่ต้องแก้ไขเต็มไปหมดในเวลานี้….
ประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของกัมพูชา ได้นำเสนองานวิจัยชิ้นใหม่ซึ่งทำให้นักวิชาการทั่วไปในกัมพูชาแสดงความไม่พอใจและตั้งข้อสงสัย โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (Jayavarman VII) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แฟ่งยุคเมืองพระนคร (Angkor Wat) นั้นเป็นกษัตริย์เชื้อชาติจาม มิใช่เขมร นอกจากนั้นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาวเขมรยกย่องมาทุกยุคทุกสมัย ยังได้ยอมยกดินแดนสุโขทัยของอาณาจักรเขมรแห่งอดีตให้แก่ “พวกสยามโบราณ” ประเด็นนี้จะสร้างความไม่พอใจให้แก่นักประวัติศาสตร์ค่ายความคิดอื่นในกัมพูชาแล้ว ประเด็นนี้ยังดูขัดประวัติศาสตร์ว่าด้วยการก่อตั้งกรุงสุโขทัยของไทย อีกด้วยอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ชาวเขมรด้วยกันเองไม่พอใจอย่างมากก็คือ ศ.วรรณสัก ระบุว่า อาณาจักรนครวัดล่มสลาย เนื่องมาจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 “สร้างวัดและปราสาทหินต่างๆ มากเกินไป” บีบบังคับให้ราษฎรต้องกลายเป็นแรงงานทาส ทำให้เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพง และ พังทลายลงทุกระบบในอาณาจักรเมืองพระนครจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่า เพราะเหตุใดนครวัดกับนครธมที่ยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 9-12 จึงล่มสลายไป และ ชาวเขมรเหล่านั้นหายไปไหนหมด เพราะเหตุใดจึงไม่มีการถ่ายทอด “อารยธรรมนครวัด” สืบต่อกันมา ในปี 2547 ได้มีนักวิชาการตะวันตกนำเสนอทฤษฎีเกิดโรคระบาด เกิดทุพภิกขภัย และ ภัยแห้งแล้งว่าเป็นเหตุทำให้อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องพังครืนลง ค่ายความคิดนี้ใช้วิธีศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของโลก จากภาพถ่ายดาวเทียม ในการให้สัมภาษณ์วิทยุเอเชียเสรีภาคภาษาเขมรในวันเสาร์ (17 ก.พ.) ที่ผ่านมา ศ.วรรณสัก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกรุงปารีส ได้ยืนยันในการค้นพบของตน โดยอ้างหลักฐานชั้นต้นชิ้นหนึ่งที่อยู่ในครอบครองและได้ศึกษาเรื่องนี้มาโดยตลอด
ยังไม่มีใครทราบรายละเอียดว่า ปราชญ์ทางด้านประวัติศาสตร์ชาวเขมรผู้นี้ มีหลักฐานชั้นต้นชนิดใดอยู่ในมือ แต่ก็เชื่อกันว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าจะเป็นศิลาจารึกหลักใหม่ที่ยังไม่เคยมีการเปิดเผยมาก่อน
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้น เป็นที่ยกย่องเทิดทูนของชาวเขมรมาทุกยุคสมัย ปราสาทหินนครวัดก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์บนธงชาติของกัมพูชาในทุกยุค กระทั่งในยุคที่ป่าเถื่อนที่สุด ช่วงที่พวกเขมรแดงขึ้นครองอำนาจ
ไม่ว่าพระองค์จะมีเชื้อชาติจามหรือเชื้อชาติอะไรก็ตาม แต่ที่แน่ๆ คือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นกษัตริย์ชาวพุทธ ที่ชาวเขมรยุคใหม่ยกย่องให้เป็น “Chey Puth” (Chey= Jaya= Victory, Puth= Buddha) ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าแห่งชัยชนะ (Victory Buddha) เป็นยิ่งกว่ากษัตริย์พระองค์หนึ่ง.